งานบัตรประจำตัวประชาชน

การทำบัตรประจำตัวประชาชน

คุณสมบัติของบุคคลที่ต้องทำบัตร

       ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตามบทบัญญัติมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน
พ.ศ.2526 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542
       ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร ซึ่งมีบัตรประจำตัวตามกฎหมายอื่น ให้ใช้บัตรประจำตัวนั้นแทน
บัตรประจำตัวประชาชน แต่หากประสงค์จะขอมีบัตร (รวมทั้งผู้ซึ่งมีอายุเกินเจ็ดสิบปี) ก็สามารถทำได้และ
ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด

1. สถานที่ยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน

    1.1 ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตท้องที่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดให้เป็นท้องที่จังหวัด
สำหรับการออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ให้ยื่นคำขอ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ สำนักงานเขต
สำนักงานเทศบาล หรือศาลาว่าการเมืองพัทยาแห่งใดแห่งหนึ่ง ขณะนี้เปิดบริการรวม 211 แห่ง คือ ในท้องที่
จังหวัดชลบุรี นครราชสีมา อุดรธานี เชียงใหม่ พิษณุโลก นครปฐม สุราษฏร์ธานี สงขลา กรุงเทพมหานคร และ
อ.เมืองปทุมธานี (โครงการนำร่อง)
    1.2 ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนอกท้องที่ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยในข้อ 1.1 ให้ยื่นคำขอ ณ
ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ หรือสำนักงานเทศบาลแห่งท้องที่ ซึ่งผู้ขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

2. การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรก

           ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบห้าปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่มีอายุ
ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ หรือนับแต่วันที่ได้สัญชาติไทย หรือได้กลับคืนสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
หรือนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ได้สัญชาติไทย หรือนับแต่วันที่นายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน
ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือนับแต่วันที่พ้นสภาพจากการได้รับการยกเว้น แล้วแต่กรณี
หากพ้นกำหนดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
2.1 หลักฐานเอกสารที่ต้องนำไปแสดง
      2.1.1 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14)
      2.1.2 สูติบัตรหรือหลักฐานเอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เช่น ใบสุทธิ
สำเนาทะเบียนนักเรียน เป็นต้น
      2.1.3 หากไม่มีหลักฐานตามข้อ 2.1.2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ
ไปให้การรับรองด้วย
      2.1.4 กรณีบิดาและมารดาเป็นบุคคลต่างด้าว ให้นำใบสำคัญประจำตัวบุคคลต่างด้าวของบิดาและมารดา
มาแสดง ถ้าบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรม ให้นำใบมรณบัตรไปแสดงด้วย
2.2 การขอมีบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกดังกล่าวนี้ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำบัตรแต่อย่างใด

3. กรณีบัตรเดิมหมดอายุ

      บัตรมีอายุใช้ได้หกปี
      การนับอายุบัตร กฎหมายให้นับตั้งแต่วันออกบัตรไปจนครบหกปีบริบูรณ์ แต่หากวันที่บัตรมีอายุหกปีบริบูรณ์
ไม่ตรงกับวันครบรอบวันเกิดของผู้ถือบัตร ให้นับระยะเวลาต่อไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผู้ถือบัตรในปีนั้น
หรือปีถัดไป แล้วแต่กรณี เป็นวันบัตรหมดอายุ
      เมื่อบัตรเดิมหมดอายุต้องมีบัตรใหม่ โดยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่
บัตรเดิมหมดอายุ หากพ้นกำหนดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำ
บัตรแต่อย่างใด
       ** การทำบัตรก่อนบัตรเดิมหมดอายุ ** หากผู้ถือบัตรมีความประสงค์จะทำบัตรก่อนวันที่บัตรเดิมจะหมดอายุ
สามารถทำได้ภายในหกสิบวัน ก่อนวันที่บัตรเดิมจะหมดอายุ และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำบัตรแต่อย่างใด
       ** การนับวันบัตรหมดอายุ ** ให้ถือเอาวันครบรอบวันเกิดของผู้ถือบัตร เป็นวันบัตรหมดอายุ ตามที่บัญญัติไว้
ในมาตรา 6 ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2542 เช่น
       (1) นาย ก ถือบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกก่อนวันที่ 1 เมษายน 2542 ระบุวันออกบัตรตรงกับ วันที่
2 เมษายน 2539 บัตรหมดอายุวันที่ 1 เมษายน 2545 แต่นาย ก เกิดวันที่ 1 กรกฏาคม 2513 กรณีนี้
บัตร นาย ก จะใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2545 (วันครบรอบวันเกิดของนาย ก ในปีนั้น)
       (2) ในทำนองเดียวกัน ถ้านาย ก เกิดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2513 กรณีนี้บัตร นาย ก จะใช้ได้ต่อไปจนถึงวันที่
31 มกราคม 2546 (วันครบรอบวันเกิดของนาย ก ในปีถัดไป)
       (3) หากผู้ถือบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกก่อนวันที่ 1 เมษายน 2542 ประสงค์จะขอมีบัตรใหม่ กรณี
บัตรหมดอายุตามที่ระบุในบัตร พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาอนุญาตให้มีบัตรใหม่กรณีบัตรหมดอายุ และหาก
ผู้ถือบัตรประสงค์จะถือบัตรนั้นต่อไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผู้ถือบัตรตามข้อ (2) เมื่อถึงวันครบรอบวันเกิด
ของผู้ถือบัตรแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาอนุญาตให้มีบัตรใหม่ กรณีบัตรหมดอายุ
       (4) หากผู้ถือบัตรประจำตัวประชาชนขอมีบัตรใหม่ กรณีบัตรหมดอายุ โดยยื่นคำขอก่อนวันบัตรหมดอายุ
60 วัน พนักงานเจ้าน้าที่จะพิจารณาอนุญาตให้มีบัตรใหม่กรณีบัตรหมดอายุ
       (5) บัตรที่ระบุวันออกบัตรตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2542 เป็นต้นมา วันบัตรหมดอายุจะตรงกับวันครบรอบ
วันเกิดของผู้ถือบัตร ซึ่งพิมพ์ระบุไว้ในบัตรแล้ว

3.1 หลักฐานเอกสารที่ต้องนำไปแสดง
       3.1.1 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14)
       3.1.2 บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หมดอายุ

4. กรณีบัตรหายหรือบัตรถูกทำลาย

           เมื่อบัตรหายหรือบัตรถูกทำลายให้แจ้งบัตรหาย หรือบัตรถูกทำลายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักทะเบียน
ที่ประสงค์จะทำบัตร โดยไม่ต้องไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และต้องยื่นคำขอมีบัตรใหม่ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหายหรือถูกทำลาย หากพ้นกำหนดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
       4.1 หลักฐานเอกสารที่ต้องนำไปแสดง
4.1.1 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14)
4.1.2 หลักฐานเอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่และเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง (ถ้ามี)
เช่น ใบอนุญาตขับรถ ใบสุทธิ สำเนาทะเบียนนักเรียน หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น
4.1.3 หากไม่มีหลักฐานตามข้อ 4.1.2 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ไปให้การรับรอง
       4.2 การทำบัตรใหม่กรณีบัตรหายหรือบัตรถูกทำลาย ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฏหมายกำหนด ดังนี้
1. บัตรที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 10 บาท
2. บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 20 บาท

5. กรณีบัตรชำรุดในสาระสำคัญ

           เมื่อบัตรชำรุดในสาระสำคัญ เช่น ไฟไหม้บางส่วน ถูกน้ำเลอะเลือน ต้องขอเปลี่ยนบัตรโดยยื่นคำขอเปลี่ยนบัตร
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่บัตรชำรุดในสาระสำคัญ หากพ้นกำหนดต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกินสองร้อยบาท
           5.1 หลักฐานเอกสารที่ต้องนำไปแสดง
5.1.1 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14)
5.1.2 บัตรเดิมที่ชำรุด
5.1.3 หากบัตรชำรุดจนไม่สามารถพิสูจน์ตัวบุคคล หรือรายการในบัตรได้ ให้นำเอกสารซึ่งมีรูปถ่ายที่ทางราชการ
ออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง (ถ้ามี) เช่น ใบอนุญาตขับรถ ใบสุทธิ หรือสำเนาทะเบียนนักเรียน หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น
5.1.4 หากไม่มีหลักฐานตามข้อ 5.1.3 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ไปให้การรับรอง
           5.2 การเปลี่ยนบัตรกรณีบัตรเดิมชำรุด ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฏหมายกำหนด ดังนี้
5.2.1 บัตรที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 10 บาท
5.2.2 บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 20 บาท

6. กรณีเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล

         เมื่อเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือเปลี่ยนชื่อตัวและชื่อสกุล ผู้ถือบัตรต้องขอเปลี่ยนบัตรโดยยื่นคำขอเปลี่ยนบัตร
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันที่แก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุลในทะเบียนบ้าน
หากพ้นกำหนดจะต้องระวางโทษไม่เกินสองร้อยบาท
         6.1 หลักฐานเอกสารที่ต้องนำแสดง
6.1.1 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14)
6.1.2 บัตรเดิม
6.1.3 หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล แล้วแต่กรณี
         6.2 การเปลี่ยนบัตรกรณีเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฏหมายกำหนด ดังนี้
6.2.1 บัตรที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 10 บาท
6.2.2 บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 20 บาท

7. กรณีบุคคลได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรขอมีบัตรประจำตัวประชาชน

       ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภิกษุ สามเณร ผู้ที่อยู่ในที่คุมขัง
โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ จะขอมีบัตรก็ได้
       7.1 หลักฐานเอกสารที่ต้องนำไปแสดง
7.1.1 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14)
7.1.2 หลักฐานที่แสดงว่าเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน
       7.2 บุคคลได้รับการยกเว้น ไม่ต้องมีบัตรขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฏหมาย
กำหนด ดังนี้
7.2.1 บัตรที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 10 บาท
7.2.2 บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 20 บาท

8. กรณีผู้ถือบัตรย้ายที่อยู่

       ผู้ถือบัตรผู้ใดย้ายที่อยู่จะขอเปลี่ยนบัตรก็ได้ (ตามความสมัครใจ) หากไม่ขอเปลี่ยนบัตรก็สามารถใช้บัตร
ประจำตัวประชาชนนั้นได้ จนกว่าบัตรจะหมดอายุ
       8.1 หลักฐานเอกสารที่ต้องนำไปแสดง
8.1.1 สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14)
8.1.2 บัตรประจำตัวประชาชนเดิม
       8.2 การขอเปลี่ยนบัตรกรณีย้ายที่อยู่ ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฏหมายกำหนด ดังนี้
8.2.1 บัตรที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 10 บาท
8.2.2 บัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ฉบับละ 20 บาท

9. การเสียค่าธรรมเนียมการทำบัตร หรือการเสียเงินค่าปรับ

พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง

10. การขอตรวจหลักฐานหรือคัดสำเนารายการเกี่ยวกับบัตร

       เอกสารหลักฐานรายการเกี่ยวกับบัตรมีอายุเก็บรักษาไม่น้อยกว่า 6 - 18 ปี ผู้ถือบัตรและผู้มีส่วนได้เสีย
สามารถขอตรวจหลักฐานหรือคัดสำเนารายการบัตรเดิมจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรจากระบบคอมพิวเตอร์
ณ สถานที่ดังนี้
       (1) ที่ทำการปกครองจังหวัด ศาลากลางจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ
       (2) สำนักทะเบียนที่ออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทุกแห่ง
       การตรวจสอบข้อมูลทะเบียนบัตร สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ตั้งแต่ข้อมูลปี 2531 ถึงปัจจุบันและข้อมูล
ทะเบียนบัตรตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา จะมีภาพถ่ายใบหน้าของผู้ขอมีบัตรปรากฎอยู่ด้วย ในกรณีที่ไม่สามารถ
ตรวจค้นได้จากระบบคอมพิวเตอร์ สามารถขอตรวจสอบหรือคัดสำเนาหลักฐานการทำบัตรจากระบบไมโครฟิล์ม
คำขอมีบัตรและฟิล์มรูปถ่ายได้ที่ หน่วยบริการข้อมูล สำนักบริหารการทะเบียน ถนนนครสวรรค์ เขตดุสิต
กรุงเทพมหานคร 10300 โทรศัพท์ 0-2629-9125 ถึง 41 ต่อ 1101 - 2 ในวันและเวลาราชการ
       การขอตรวจหลักฐาน หรือคัดสำเนา หรือคัดและรับรองสำเนารายการเกี่ยวกับบัตรต้องเสียค่าธรรมเนียม
ฉบับละ 20 บาท หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนให้โทรศัพท์สอบถาม " ศูนย์บริการตอบปัญหา
งานทะเบียนและบัตรทางโทรศัพท์ ที่หมายเลขโทร 1548 " หรือทาง INTERNET ที่
http://www.dola.go.th. หรือ KHONTHAI.COM

( ปรับปรุงแก้ไข ตามคู่มือปฏิบัติงานบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนบัตรประจำตัวประชาชน พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ.2543
งานระเบียบกฎหมาย สบป.สน.บท. 19 ธันวาคม 2544 )