» ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด

แผนพัฒนาจังหวัดนครนายก (พ.ศ. 2557 – 2560)

ฉบับทบทวนใหม่ (รอบปี พ.ศ. ๒๕๖๐)

----------------------------------------------

 

1. ข้อมูลสภาพทั่วไปของจังหวัดนครนายก

1.1 ความเป็นมา

                นครนายกเป็นจังหวัดหนึ่งในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลาง พื้นที่ของนครนายกปรากฏหลักฐานว่าเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีการขุดพบเครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ในยุคนั้น เช่น ขวานหินทั้งชนิดมีบ่าและไม่มีบ่า ลูกปัดหินและลูกปัดแก้ว หินดุ แท่นหินเขียว แวดินเผา ขวานสำริด สันนิษฐานว่านครนายกเคยเป็นเมืองโบราณที่มีอายุสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยปรากฏหลักฐานการอยู่อาศัยในสมัยทราวดี จากแหล่งโบราณ “บ้านดงละคร” ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองนครนายกไปทางทิศใต้ระยะทาง ๘ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นเนินดินสูงคล้ายเกาะ เนื้อที่ประมาณ ๖ ตารางกิโลเมตร มีคันดินสูงล้อมรอบเป็นวงรี ด้านนอกคันดินมีคูน้ำล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง มีประตูเข้าออก ๔ ประตู โดยเมืองนี้อาจมีพัฒนาการและอายุร่วมสมัยกับเมืองศรีมโหสถในจังหวัดปราจีนบุรี และเมืองพระรถในจังหวัดชลบุรี ซึ่งโบราณวัตถุที่ขุดพบในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีหลายยุคหลายสมัยด้วยกัน ประกอบด้วย ระฆังหินสมัยทราวดี พระพุทธรูปสมัยลพบุรี ภาชนะดินเผาสมัยสุโขทัย และอยุธยา เป็นต้น

ในปี พ.ศ. ๑๘๙๓ สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยากำหนดให้เมืองนครนายกเป็นเมืองหน้าด่านทางด้านทิศตะวันออก (เมืองลพบุรีเป็นเมืองหน้าด่านทางด้านทิศเหนือ เมืองนครเขื่อนขันธ์เป็นเมืองหน้าด่านทางด้านทิศใต้ และเมืองสุพรรณบุรีเป็นเมืองหน้าด่านทางด้านทิศตะวันตก ระยะทางจากเมืองหน้าด่านถึง ราชธานีกรุงศรีอยุธยาใช้เวลาเดินทาง ๒ วัน)  ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ   ได้ตัดเขตท้องที่เมืองลพบุรีทางตะวันออกกับเขตท้องที่เมืองนครนายกทางตะวันตก รวมกันตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๔๕ ทรงปฏิรูปการปกครองใหม่ เรียกว่า การปกครองมณฑลเทศาภิบาล จัดตั้งมณฑลปราจีนบุรี ประกอบด้วย เมืองปราจีนบุรี เมืองฉะเชิงเทรา เมืองนครนายก เมืองพนมสารคาม เมืองพนัสนิคม เมืองชลบุรี และเมือง บางละมุง ในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ให้ยุบรวมอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ไปรวมกับจังหวัดสระบุรี และให้ยุบรวมอำเภอเมืองนครนายก อำเภอองครักษ์ และอำเภอปากพลีไปรวมกับจังหวัดปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครนายก พุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๖ กำหนดให้แยกอำเภอนครนายก อำเภอองครักษ์ และอำเภอปากพลี ออกจากการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี กับให้แยกอำเภอบ้านนา ออกจากการปกครองของจังหวัดสระบุรี จัดตั้งเป็นจังหวัดขึ้น เรียกว่า จังหวัดนครนายก

ประวัติของชื่อ “นครนายก” มีข้อสันนิษฐาน ๒ ประการ ดังนี้ ในสมัยก่อนดินแดนของนครนายกเป็นป่ารกชัฏมีไข้ป่าชุกชุมผู้คนจึงพากันอพยพไปอยู่ที่อื่นจนเกือบเป็นเมืองร้าง ต่อมามีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งไม่มีหลักฐานยืนยันว่าในยุคสมัยใด (แต่ก่อนสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือพระเจ้าอู่ทอง แห่งกรุงศรีอยุธยา เพราะชื่อเมืองนครนายกปรากฏมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองแล้ว) ต้องการที่จะจูงใจราษฎรให้เข้ามาหักร้างถางพงทำมาหากินอยู่อาศัยในบริเวณนี้จึงให้ยกเว้นเก็บอากรค่านา จึงเรียกเมืองนี้ว่า “เมืองนา–ยก” และเป็นเมืองนครนายก เหตุผลที่สอง คือ สมัยกรุงศรีอยุธยา การปกครองในเมืองหลวงใช้ระบบจตุสดมภ์ ส่วนการปกครองหัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก ในหัวเมืองด้านเหนือมีสมุหนายก ปกครองทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร ในหัวเมืองด้านใต้มีสมุหกลาโหมปกครองทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร เมืองนครนายกนั้นเดิมอยู่ในสังกัดสมุหกลาโหม ภายหลังถูกโอนให้อยู่ในสังกัดสมุหนายก พื้นที่นี้จึงได้ชื่อว่านครนายกนับแต่นั้นเป็นต้นมา

1.2 ลักษณะทางกายภาพ

                 ที่ตั้ง  จังหวัดนครนายกมีเนื้อที่ประมาณ 2,122  ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  1,326,250  ไร่  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศไทย  ระหว่างเส้นรุ้งที่  14  องศาเหนือ  และเส้นแวงที่  101  องศาตะวันออก  มีระยะทางจากกรุงเทพมหานครตามถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 (รังสิต-นครนายก) เลียบคลองรังสิตผ่านอำเภอองครักษ์  ถึงจังหวัดนครนายก  ระยะทาง 105 กิโลเมตร  ห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ  105  กิโลเมตร ท่าอากาศยานดอนเมือง  82  กิโลเมตร  ท่าเทียบเรือคลองเตย  120  กิโลเมตร  ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง  163  กิโลเมตร

 

- ๒ -

 

       ลักษณะภูมิประเทศ สภาพโดยทั่วไปเป็นที่ราบ ทางตอนเหนือและตะวันออกเป็นภูเขาสูงชันในเขตอำเภอบ้านนา อำเภอเมืองนครนายก และอำเภอปากพลี ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับอีก 3 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี นครราชสีมา และปราจีนบุรี ซึ่งมีเทือกเขาติดต่อกับเทือกเขาดงพญาเย็น มียอดเขาสูงที่สุดของจังหวัดคือ ยอดเขาเขียว  มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,351 เมตร ส่วนทางตอนกลางและตอนใต้ เป็นที่ราบอันกว้างใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของที่ราบสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่เรียกว่า “ที่ราบกรุงเทพ” ลักษณะดินเป็นดินปนทรายและดินเหนียวเหมาะแก่การทำนา ทำสวนผลไม้ และการอยู่อาศัย  ซึ่งติดกับจังหวัดฉะเชิงเทราและปทุมธานี

       สภาพภูมิอากาศ  จังหวัดนครนายกมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ  21.70 – 37.30  องศาเซลเซียส  ปริมาณน้ำฝนวัดได้เฉลี่ยประมาณ  188.30  ม.ม.

1.3 ข้อมูลปกครอง/ประชากร

map1     

          อาณาเขต  จังหวัดนครนายกมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง  ดังนี้

          -  ทิศเหนือ       ติดต่อกับจังหวัดสระบุรี        และจังหวัดนครราชสีมา

          -  ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี

          -  ทิศใต้          ติดต่อกับจังหวัดฉะเชิงเทรา   และจังหวัดปราจีนบุรี

          -  ทิศตะวันตก   ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานี

เขตการปกครอง 

จังหวัดนครนายก  แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 อำเภอ 41 ตำบล 408 หมู่บ้าน 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลเมือง (เทศบาลเมืองนครนายก) ๕ เทศบาลตำบล (เทศบาลตำบลท่าช้าง เทศบาลตำบลบ้านนา เทศบาลตำบลองครักษ์ เทศบาลตำบลเกาะหวาย เทศบาลตำบลพิกุลออก) และ ๓๙ องค์การบริหารส่วนตำบล

 

โครงสร้างการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง  และส่วนท้องถิ่น 

จังหวัดนครนายกมีหน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาค  จำนวน  33  ส่วนราชการ  หน่วยราชการบริหารส่วนกลางในจังหวัด  38  หน่วยงาน  หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่น  3  รูปแบบ  คือ  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  เทศบาล  และองค์การบริหารส่วนตำบล

 

โครงสร้างประชากร  จังหวัดนครนายกมีประชากรจำนวน  257,๔๖๑ คน (ณ  เดือนมิถุนายน 255๘)  แยกเป็นชาย  127,3๑๔   คน  หญิง  1๓๐,๑๔๗  คน  แยกเป็นรายอำเภอ  ดังนี้

 

อำเภอ

จำนวนหน่วยการปกครอง ปี 255๘

จำนวนราษฎร  (คน) ปี 255๘

ตำบล

หมู่บ้าน

เทศบาล

ชาย

หญิง

รวม

1. เมืองนครนายก

13

125

2

50,๒๖๖

๕๐,๘๑๓

๑๐๑,๐7๙

2. บ้านนา

10

116

34,๒๑๕

34,๘๔๒

6๙,๐๕7

3. องครักษ์

11

116

1

๓๐,๘๐๕

3๑,๙๐๐

6๒,๗๐5

4. ปากพลี

7

51

1

12,0๒๘

12,๕๙๒

24,๖๒๐

รวม

41

408

127,3๑๔

1๓๐,๑๔7

257,๔๖๑

 

ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ  เดือนมิถุนายน 255๘

- ๓ -

 

-  ความหนาแน่นของประชากร  เขตชุมชนเมือง  (เขตเทศบาล)  ประมาณ  1,3๒๘ คน/ตร.กม.

-  ความหนาแน่นของประชากร  นอกเขตชุมชนเมือง  (ตำบล  หมู่บ้าน นอกเขตเทศบาล) ประมาณ ๙๘ คน/ตร.กม.

-  ประชากรมีอัตราการเพิ่มประมาณร้อยละ  0.๑๘  ต่อปี

 

ตารางเปรียบเทียบโครงสร้างประชากรตั้งแต่ปี พ.ศ.255๑-255๘

 

ที่

ปี พ.ศ.

จำนวนราษฎร (คน)

 

 

 

 

ชาย

หญิง

รวม

การเปลี่ยนแปลงประชากร

ความหนาแน่น/km2

2551

12๔,0๑๓

126,๗๔๐

250,๗๕3

 -

118.๑๖

2552

12๔,๕๔๒

12๗,๑๔1

2๕๑,6๘๓

เพิ่มขึ้น 930 คน

118.6๐

2553

12๕,๑13

12๗,๖๒๑

25๒,73๔

เพิ่มขึ้น 1,051 คน

119.1๐

255๔

12๕,๖๓๑

12๘,๒๐๐

25๓,83๑

เพิ่มขึ้น ๑,097 คน

119.6๑

2555

12๖,3๕๑

128,๘๒6

25๕,๑๗๔

เพิ่มขึ้น 1,343 คน

120.๒๕

2556

126,466

129,102

255,568

เพิ่มขึ้น 394 คน

120.4๓

2557

127,473

129,752

257,225

เพิ่มขึ้น 1,657 คน

12๑.๒๑

๒๕๕๘

127,3๑๔  

1๓๐,๑๔๗ 

257,๔๖๑

เพิ่มขึ้น ๒3๖ คน

๑๒๑.๓๒

 

   หมายเหตุ : จำนวนประชากรของจังหวัดนครนายกมีการเปลี่ยนแปลงโดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

 

 

ตารางจำแนกประชากรจังหวัดนครนายกตามช่วงอายุปี พ.ศ. 255๘

 

ช่วงอายุระหว่าง

เพศชาย (คน)

เพศหญิง (คน)

รวม (คน)

แรกเกิด-3 ปี

5,694

5,274

10,968

อายุ 4-5 ปี

2,927

2,728

5,655

อายุ 6-11 ปี

9,119

8,561

17,680

อายุ 12-14 ปี

4,535

4,132

8,667

อายุ 15-17 ปี

5,881

4,776

10,657

อายุ 18-21 ปี

8,299

7,006

15,305

อายุ 22-๓๐ ปี

17,216

15,982

33,198

อายุ 31-40 ปี

19,390

18,804

33,194

อายุ 41-50 ปี

19,701

21,121

40,822

อายุ 51-60 ปี

15,464

17,452

32,916

อายุ 61-70 ปี

9,421

11,616

21,037

อายุ 71-๘๐ ปี

5,411

7,334

12,745

อายุ 81-90 ปี

1,991

3,311

5,302

อายุ 91-100 ปี

256

488

744

อายุเกิน 100 ปี

49

59

108

ที่มา : ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักงานทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ข้อมูล ณ  เดือนธันวาคม 2557

 

 

 

- ๔ -

 

1.4 ข้อมูลทางเศรษฐกิจ

         ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด  (GPP)  จังหวัดนครนายก  ณ  ราคาประจำปี

หน่วย : ล้านบาท

ประเภทผลิตภัณฑ์

มูลค่า

พ.ศ.

254๙

มูลค่า

พ.ศ.

25๕๐

มูลค่า

พ.ศ.

255

มูลค่า

พ.ศ.

255

มูลค่า

พ.ศ.

255

มูลค่า

พ.ศ.

255

มูลค่า

พ.ศ.

255

มูลค่า

พ.ศ.

255p

ภาคเกษตร

3,221

3,578

4,598

4,856

5,518

5,996

7,642

8,278

1.  สาขาเกษตรกรรม ปศุสัตว์

     และการป่าไม้

2,768

3,244

4,305

4,488

5,102

5,543

7,175

7,794

2.  สาขาประมง

453

334

293

368

416

454

467

484

ภาคนอกเกษตร

9,978

10,993

11,635

12,325

13,662

14,412

15,108

16,177

3.  สาขาการทำเหมืองแร่และ

     เหมืองหิน

45

62

63

67

73

89

90

98

4.  สาขาอุตสาหกรรม (การผลิต)

822

1,081

1,433

1,372

1,839

2,255

2,040

2,129

5.  สาขาการไฟฟ้า ก๊าซ และ

     การประปา

358

355

345

431

457

459

533

614

6.  สาขาก่อสร้าง

580

785

739

916

926

848

935

830

7. สาขาการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน

1,296

1,410

1,537

1,826

1,975

1,935

2,233

2,382

8.  สาขาโรงแรมและภัตตาคาร

405

445

540

530

500

448

646

803

9.  สาขาการขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า

       และการคมนาคม

696

730

808

828

1,166

1,359

994

1,046

10. สาขาตัวกลางทางการเงิน

725

710

770

761

701

728

872

978

11. สาขาบริการด้านอสังหาริมทรัพย์

      การให้เช่าและบริการทางธุรกิจ

961

952

898

968

881

901

1,046

1,263

12. สาขาการบริหารราชการและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ

2,019

2,017

1,972

2,039

2,229

2,429

2,622

2,716

13. สาขาการศึกษา

1,386

1,558

1,641

1,739

1,839

1,781

1,749

1,896

14. สาขาบริการด้านสุขภาพและ

      งานสังคมสงเคราะห์

353

590

550

463

696

771

848

882

15. สาขาการให้บริการด้านชุมชน สังคม และบริการส่วนบุคคลอื่น ๆ

299

280

311

317

320

367

409

434

16. สาขาลูกจ้างในครัวเรือน

      ส่วนบุคคล

34

17

30

68

60

40

91

106

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด

13,198

14,571

16,234

17,181

19,180

20,408

22,750

24,455

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว  (บาทต่อคนต่อปี)

53,258

58,825

65,602

69,528

77,766

81,295

89,098

94,081

จำนวนประชากร (1,000 คน)

248

248

247

247

247

251

255

250

 

                                    ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  สำนักงานสถิติจังหวัดนครนายก

                                    ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 255๘หมายเหตุ p  หมายถึง  ตัวเลขเบื้องต้น

 

 

 

 

 

- ๕ -

 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) จังหวัดนครนายก แบบปริมาณลูกโซ่ ปีอ้างอิง พ.ศ.2545

                                                                                                                                                   —หน่วย : ล้านบาท

ประเภทผลิตภัณฑ์

มูลค่า

พ.ศ.2549

มูลค่า

พ.ศ.2550

มูลค่า

พ.ศ.2551

มูลค่า

พ.ศ.2552

มูลค่า

พ.ศ.2553

มูลค่า

พ.ศ.2554

มูลค่า

พ.ศ.2555

มูลค่า

พ.ศ.2556p

ภาคเกษตร

3,149

3,117

3,092

3,071

3,394

3,577

3,894

3,900

1.  สาขาเกษตรกรรม          

     ปศุสัตว์ และการป่าไม้

2,592

2,663

2,626

2,605

2,873

3,027

3,318

3,327

2.  สาขาประมง

565

429

449

455

517

546

544

533

ภาคนอกเกษตร

8,539

9,110

9,108

9,500

10,230

10,478

10,827

11,239

3.  สาขาการทำเหมืองแร่

     และเหมืองหิน

41

55

54

50

56

70

71

72

4.  สาขาอุตสาหกรรม

     (การผลิต)

675

793

907

868

1,047

1,238

1,236

1,227

5.  สาขาการไฟฟ้า ก๊าซ

     และการประปา

304

324

345

397

437

451

531

543

6.  สาขาก่อสร้าง

479

631

547

704

695

598

643

559

7.  สาขาการขายส่งขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน

1,156

1,234

1,252

1,341

1,387

1,325

1,427

1,517

8.  สาขาโรงแรมและ

    ภัตตาคาร

409

424

490

520

488

444

634

755

9.  สาขาการขนส่ง สถานที่เก็บ

      สินค้า และการคมนาคม

681

692

756

750

1,057

1,201

854

891

10. สาขาตัวกลางทางการเงิน

546

512

525

569

505

506

609

661

11. สาขาบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าและบริการทางธุรกิจ

1,019

1,015

956

1,015

911

924

1,059

1,269

12. สาขาการบริหารราชการและการป้องกันประเทศ รวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ

1,587

1,554

1,442

1,474

1,588

1,688

1,767

1,767

13. สาขาการศึกษา

1,076

1,150

1,141

1,177

1,229

1,121

1,039

1,095

14. สาขาบริการด้านสุขภาพและ

         งานสังคมสงเคราะห์

273

447

398

330

488

531

565

563

15. สาขาการให้บริการด้านชุมชน สังคมและบริการส่วนบุคคลอื่น ๆ

262

240

251

256

251

277

300

312

16. สาขาลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล

34

17

29

70

59

37

77

80

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด

11,698

12,178

12,168

12,579

13,587

13,984

14,675

15,172

Residual (sum up - CVMs)

-46

-130

-113

-57

-122

-175

-185

-71

% Residual to CVMs

-0.4

-1.1

-0.9

-0.5

-0.9

-1.2

-1.2

-0.5

ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP - CVMs)

11,744

12,308

12,281

12,836

13,709

14,159

14,859

15243

 

                        ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) :  สำนักงานสถิติจังหวัดนครนายก

                                                                                                            ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 255๘       

                                                                                                หมายเหตุ p  หมายถึง  ตัวเลขเบื้องต้น

- ๖ –

 

1.5 ลักษณะทางสังคม  

– การนับถือศาสนา 

                   ประชาชนส่วนใหญ่ของจังหวัดนครนายกนับถือศาสนาพุทธประมาณร้อยละ 92.85  นับถือศาสนาอิสลาม ประมาณร้อยละ  5.61  และนับถือศาสนาคริสต์ ประมาณร้อยละ  1.54  ศาสนสถานในจังหวัดนครนายก  มีดังนี้                     มหานิกาย        - วัดและสำนักสงฆ์  จำนวน  195  แห่ง             - ที่พักสงฆ์  จำนวน  13  แห่ง

                    ธรรมยุติ                    - วัดและสำนักสงฆ์  จำนวน  11  แห่ง               - ที่พักสงฆ์  จำนวน  5  แห่ง

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครนายกข้อมูล : ณ เดือนกันยายน ๒๕๕๘

                   ศาสนสถานอื่นๆ - มัสยิด  จำนวน  26  แห่ง - โบสถ์คริสต์  จำนวน  7  แห่ง

ที่มา : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครนายกข้อมูล : ณ เดือนกันยายน ๒๕๕๘

– การศึกษาและการเรียนรู้

                   ข้อมูลด้านการศึกษา ปี 255๘ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก สรุปได้ ดังนี้

                    โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก มีจำนวน 13๔ โรงเรียน       แยกเป็นโรงเรียนเปิดสอนระดับก่อนประถมศึกษาถึงระดับประถมศึกษา จำนวน 10๒ โรง เป็นโรงเรียนเปิดสอนระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน  32 โรง

                    -จำนวนนักเรียน  นักเรียนทั้งหมด  2๐,๘9๓  คน

                              -ระดับก่อนประถมศึกษา                   จำนวน    4,1๘๙   คน

                              -ระดับประถมศึกษา                         จำนวน  14,7๑๓   คน

                              -ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น                 จำนวน    ๑,๙๙1    คน

                    -จำนวนห้องเรียน                                     จำนวน   1,27๔   ห้อง

                    -จำนวนครูทั้งหมด                                    จำนวน   1,3๐๔   คน 

พ.ศ.

จำนวนโรงเรียน

ก่อนประถม

ประถม

มัธยมต้น

รวมนักเรียน

รวมห้องเรียน

จำนวนครู

การเปลี่ยนแปลงของจำนวนนักเรียน

2554

141

4,844

15,319

2,391

22,554

1,314

1,370

-

2555

141

4,777

15,148

2,216

22,141

1,๒๙๒

1,370

- 413

2556

136

4,439

14,932

2,166

21,537

1,299

1,185

- 604

2557

136

4,341

14,752

2,103

21,196

1,276

1,315

- 341

2558

134

4,1๘๙  

14,7๑๓  

๑,๙๙1   

2๐,๘9๓ 

1,274

1,304

- 303

ที่มา : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ข้อมูล : ณ เดือนกันยายน ๒๕๕๘

 

อัตราการรับนักเรียนปี 255๘ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก

ชั้น

จำนวนนักเรียน

จำนวนประชากร

ชาย

หญิง

รวม

อายุ(ปี)

ชาย

หญิง

รวม

รวมอนุบาล  1 - 2

2,191

1,998

4,189

4-5

2,927

2,728

5,655

รวม ป.1-ป.6

7,673

7,040

14,713

6-11

9,119

8,561

17,680

รวม ม.1-ม.3

1,152

839

1,991

12-14

5,227

4,243

9,470

รวม ม.4-ม.6

     -

    -

     -

15-17

5,881

4,776

10,657

รวมนักเรียนทั้งหมด

11,016

9,877

20,893

 

17,283

15,475

32,758

 

 ที่มา : จำนวนนักเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 255๘

 

      หมายเหตุ : จำนวนนักเรียนระดับ ม.1 - ม.3  เป็นจำนวนนักเรียนเฉพาะโรงเรียนขยายโอกาส (32 โรง)          

              ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก เท่านั้น

- ๗ -

 

          ตารางเปรียบเทียบอัตราการรับนักเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ตั้งแต่ปี พ.ศ.255๔-255๘

ปี พ.ศ.

ก่อนประถมศึกษา(คน)

ประถมศึกษา (คน)

มัธยมศึกษาตอนต้น (คน)

รวมทั้งสิ้น (คน)

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง

255๔

4,844

15,319

2,391

22,554

ลดลง

2555

4,777

15,148

2,216

22,141

ลดลง

2556

4,439

14,932

2,166

21,537

ลดลง

2557

4,341

14,752

2,103

21,196

ลดลง

2558

4,1๘๙  

14,7๑๓  

๑,๙๙1   

2๐,๘9๓ 

ลดลง

โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน มีจำนวน 17 โรงเรียน

- จำนวนนักเรียน นักเรียนทั้งหมด  5,411 คน นักเรียนชาย 2,928 คน นักเรียนหญิง 2,483 คน

- จำนวนห้องเรียน   ห้องเรียน                          จำนวน     240  ห้อง

- จำนวนครู           ครูทั้งหมด                         จำนวน     390  คน

ตารางเปรียบเทียบนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสถานศึกษาเอกชนตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-255๘

พ.ศ.

ก่อนประถม

ประถม

มัธยมต้น

มัธยมปลาย

ปวช.

ปวส.

รวม

การเปลี่ยนแปลง

2555

1,295

2,417

1,374

479

362

487

6,914

-

2556

1,423

2,497

1,398

572

830

553

7,273

+ 395

2557

1,443

2,595

1,376

462

812

310

6,998

- 275

2558

1,158

1,830

1,100

265

704

354

5,411

- 1587

                                        ที่มา :  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 255๘

          โรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 7 (นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว) โดยมีโรงเรียนอยู่ในเขตจังหวัดนครนายกจำนวน 11 โรงเรียน สรุป ดังนี้

จำนวนครู  475  คน    จำนวนนักเรียนมัธยมศึกษา 9,365 คน ห้องเรียน 274 ห้อง

 

จำนวนนักเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดนครนายก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7 ปี 255๘

พ.ศ.

น.ร.ชายมัธยมต้น

น.ร.หญิงมัธยมต้น

ห้องเรียนมัธยมต้น

น.ร.ชายมัธยมปลาย

น.ร.หญิงมัธยมปลาย

ห้องเรียนมัธยมปลาย

นักเรียนรวม (คน)

การเปลี่ยนแปลงจำนวนนักเรียน

2556

2,770

2,791

153

1,713

2,731

134

10,009

-

2557

2,718

2,801

153

1,603

2,529

129

9,651

- 358

2558

2,650

2,782

148

1,572

2,360

126

9,365

- 286

ที่มา : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 7 ปราจีนบุรี ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2558

 

          วิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก มีจำนวน  3 วิทยาลัย

    คือ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก, วิทยาลัยการอาชีพนครนายก และวิทยาลัยอาชีพองครักษ์  สรุปข้อมูลได้ ดังนี้

                    - จำนวนนักศึกษา มีนักศึกษาทั้งหมด       4,112 คน 

                   - จำนวนห้องเรียน                                152 ห้อง

                   - จำนวนครูทั้งหมด                              131 คน  (ไม่รวมครูอัตราจ้างและพนักงานราชการ)

  ตารางจำนวนนักศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดนครนายก แยกตามระดับชั้น ปวช.และ ปวส.

พ.ศ.

ปวช.1

ปวช.2

ปวช.3

รวม ปวช.

ปวส.1

ปวส.2

รวม ปวส.

รวม

การเปลี่ยนแปลงนักศึกษา

2557

870

691

711

2,272

548

458

1,006

3,278

-

2558

964

722

920

2,606

700

806

1,506

4,112

+ 834

ที่มา : วิทยาลัยเทคนิคนครนายก, วิทยาลัยการอาชีพนครนายก,วิทยาลัยการอาชีพองครักษ์ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2558

- ๘ -

 

          ข้อมูลนักเรียนของศูนย์การศึกษาพิเศษมหาจักรีสิรินธร ประจำจังหวัดนครนายก รวมทั้งสิ้น ๑๒๗ คน

          - มีความบกพร่องทางการเห็น      นักเรียนชาย จำนวน   ๒ คน นักเรียนหญิง จำนวน  ๓ คน

          - มีความบกพร่องทางการได้ยิน     นักเรียนชาย จำนวน   ๒ คน นักเรียนหญิง จำนวน  ๑ คน

          - มีความบกพร่องทางสติปัญญา    นักเรียนชาย จำนวน ๓๐ คน นักเรียนหญิง จำนวน ๒๕ คน

          - มีความบกพร่องทางร่างกาย/การเคลื่อนไหว/สุขภาพ นักเรียนชาย จำนวน ๑๖ คน นักเรียนหญิง จำนวน ๑๖ คน

          - มีความบกพร่องทางการเรียนรู้    นักเรียนชาย จำนวน   ๑ คน นักเรียนหญิง จำนวน - คน

          - มีปัญหาทางพฤติกรรม/อารมณ์   นักเรียนชาย จำนวน   ๑ คน นักเรียนหญิง จำนวน ๒ คน

          - ออทิสติก                           นักเรียนชาย จำนวน   ๖ คน นักเรียนหญิง จำนวน ๒ คน

          - พิการซ้อน                         นักเรียนชาย จำนวน  ๑๓ คน นักเรียนหญิง จำนวน ๗ คน

                                                ที่มา : ศูนย์การศึกษาพิเศษมหาจักรีสิริธร ประจำจังหวัดนครนายก ข้อมูล : ณ เดือนกันยายน ๒๕๕๘

นอกจากนี้ยังมีสถาบันการศึกษาในส่วนกลางมาตั้งอยู่ในจังหวัดนครนายกอีกได้แก่  มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒองครักษ์  โรงเรียนเตรียมทหาร  และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า  รวมทั้งศูนย์วิทยพัฒนามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตศูนย์นครนายก  ตลอดจนมีสถาบันการศึกษาของเอกชน  ได้แก่  วิทยาลัยนานาชาติเซ็นเทเรซ่า  รวมทั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอีกหลายศูนย์  ได้แก่      1. ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ  ต.หินตั้ง  อ.เมืองนครนายก        

2. ศูนย์เรียนรู้บ้านดงแขวน  ม.5  ต.เกาะหวาย  อ.ปากพลี    3. ศูนย์เรียนรู้บ้านเกาะกา  ม.1  ต.ท่าเรือ  อ.ปากพลี        

4. ศูนย์เรียนรู้บ้านทุ่งกระโปรง  ม.12  ต.ป่าขะ  อ.บ้านนา   5. ศูนย์เรียนรู้บ้านบึงหลุมบัว ม.3 ต.พระอาจารย์ อ.องครักษ์ 6. ศูนย์เรียนรู้บ้านบุหย่อง ม.7  ต.เขาพระ  อ.เมืองนครนายก 7. ศูนย์เรียนรู้บ้านโคกกระชาย ม.2 ต.หนองแสง อ.ปากพลี

8. ศูนย์เรียนรู้เกษตรสมดุลสวนธงไชย–ไร่ทักสม ม.3 ต.ทรายมูล  9. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ม.6 ต.เกาะโพธิ์ อ.ปากพลี

– การสาธารณสุข

ข้อมูลทรัพยากรด้านสาธารณสุข สถานพยาบาลของรัฐ

สถานพยาบาล

จำนวนเตียงทั้งหมด

จำนวนเตียงที่ให้บริการ

 

 

ปี 2555

ปี 2556

ปี 2557

ปี 2558

โรงพยาบาลนครนายก

360เตียง

314 เตียง

314 เตียง

314 เตียง

314 เตียง

โรงพยาบาลบ้านนา

90 เตียง

๗0 เตียง

70 เตียง

70 เตียง

70 เตียง

โรงพยาบาลองครักษ์

60 เตียง

40 เตียง

40 เตียง

40 เตียง

33 เตียง

โรงพยาบาลปากพลี

10 เตียง

10 เตียง

10 เตียง

10 เตียง

10 เตียง

โรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อย จปร.

90 เตียง

60 เตียง

60 เตียง

60 เตียง

30 เตียง

ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ

500 เตียง

363 เตียง

363 เตียง

363 เตียง

342 เตียง

กองพยาบาล โรงเรียนเตรียมทหาร

60 เตียง

60 เตียง

60 เตียง

60 เตียง

60 เตียง

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล

๕๖ แห่ง

 

 

 

 

รวม

1,170 เตียง

917 เตียง

917 เตียง

917 เตียง

8๕9เตียง

บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข (สังกัดกระทรวงสาธารณสุข) ที่ปฏิบัติงานจริง

ประเภทบุคลากร

จำนวน  (คน)

อัตราส่วนประชากรต่อบุคลากร 1 คน

ระดับประเทศ

      แพทย์

40

6,403

2,521

      ทันตแพทย์

24

10,671

10,580

      เภสัชกร

28

9,146

6,352

      พยาบาลวิชาชีพ

461

556

503

      พยาบาลเทคนิค

36

7,114

9,867

      บุคลากรอื่นๆ

589

437.11

-

รวม

1,178

218.55

-

 

 ที่มา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก  ข้อมูล ณ กันยายน 255๘

- ๙ -

 

ปี พ.ศ.

จำนวนเตียง

แพทย์

ทันตแพทย์

เภสัชกร

พยาบาลวิชาชีพ

พยาบาลเทคนิค

บุคลากรอื่นๆ

255๕

1,110(857)

36

16

26

479

52

742

255๖

1,110(857)

36

16

26

479

52

742

255๗

1,170

44

24

28

473

41

643

2558

859

49

27

31

479

40

793

ที่มา : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก,กองการแพทย์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ข้อมูล ณ กันยายน 255๘

1.6 โครงสร้างพื้นฐาน

– ไฟฟ้า

ที่มา : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2558

อำเภอ

การจำหน่ายกระแสไฟฟ้า (กิโลวัตต์/ชั่วโมง)

 

จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้า (ราย)

ยอดรวม

ที่อยู่อาศัย

สถานธุรกิจและอุตสาหกรรม

สถานที่ราชการและสาธารณะ

อื่น ๆ

นครนายก

15,661,752.09

5,990,470.01

9,122,087.77

307,220.11

241,974.20

34,117

บ้านนา

12,676,336.89

4,031,360.14

8,083,340.41

468,524.24

93,112.10

22,083

องครักษ์

14,147,582.31

2,824,597.90

11,087,042.36

183,266.55

52,675.50

16,568

ปากพลี

2,129,104.70

355,158.00

1,591,926.72

56,770.98

125,249.00

8,696

รวม

44,614,775.99

13,201,586.05

29,884,397.26

1,015,781.88

513,010.80

81,464

ตารางเปรียบเทียบการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ปี พ.ศ.255๑-255๘

ปี พ.ศ.

จำนวนผู้ใช้

ยอดจำหน่าย

การจำหน่ายกระแสไฟฟ้า (กิโลวัตต์/ชั่วโมง)

 

 

ไฟฟ้า (ราย)

กระแสไฟฟ้า

(กิโลวัตต์/ชั่วโมง)

ที่อยู่อาศัย

สถานธุรกิจและอุตสาหกรรม

สถานที่ราชการและสาธารณะ

อื่นๆ

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง

2551

65,208

28,802,880

9,693,854

17,933,686

1,052,211

123,129

ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

2552

67,085

31,003,100

10,20๑,020

19,615,030

1,062,020

125,030

2,200,220

2553

68,938

32,403,241

๑๐,593,854

20,610,047

1,072,211

127,129

1,400,141

2554

70,393

35,013,133

๑1,2๗๗,๗๖๔

21,459,123

1,๑47,600

128,646

2,609,892

2555

73,114

36,103,910

12,301,230

22,320,560

1,350,540

131,580

1,090,๗๗๗

255๖

76,704

37,560,924

๑๒,993,854

๒๓,813,998

2,572,211

181,129

1,457,017

2557

81,464

43,236,633

๑๓,๕๗๗,๗๖๔

28,744,746

2,847,650

205,646

5,675,709

๒๕๕๘

81,464

44,614,775

13,201,586

29,884,397

1,015,781

513,010

 

 

– ประปา

                   การบริการน้ำประปาในความรับผิดชอบของการประปาส่วนภูมิภาค 2 แห่ง ดังนี้

-

เขตอำเภอเมืองนครนายกและอำเภอปากพลี  ผู้ใช้น้ำจำนวน  12,886  ราย  แยกเป็นที่อยู่อาศัยจำนวน  10,987  ราย    ส่วนราชการจำนวน  171  ราย  ธุรกิจขนาดเล็กจำนวน  1,378  ราย  รัฐวิสาหกิจจำนวน  16  ราย  ธุรกิจขนาดใหญ่จำนวน  334  ราย  แหล่งน้ำดิบได้มาจากอ่างเก็บน้ำห้วยปรือและแม่น้ำนครนายก

-3

และอำเภอองครักษ์ มีผู้ใช้น้ำ จำนวน ๗,959 ราย แยกเป็น  ที่อยู่อาศัยจำนวน  6,836  ราย  ธุรกิจขนาดเล็กจำนวน     887  ราย  ธุรกิจขนาดใหญ่จำนวน  135  ราย  ส่วนราชการจำนวน  ๘8  ราย  และรัฐวิสาหกิจจำนวน  1๓  ราย

ที่มา : การประปาส่วนภูมิภาค สาขานครนายก และการประปาส่วนภูมิภาค สาขาบ้านนา ข้อมูล ณ กันยายน 2558

- ๑๐ -

 

      ตารางแสดงจำนวนผู้ใช้น้ำ กำลังการผลิต พื้นที่การให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค สาขานครนายก และสาขาบ้านนา

การประปาส่วนภูมิภาค สาขานครนายก

การประปาส่วนภูมิภาค สาขาบ้านนา

พ.ศ.

จำนวนผู้ใช้น้ำ

กำลังการผลิต

พื้นที่ให้บริการ

จำนวนผู้ใช้น้ำ

กำลังการผลิต

พื้นที่ให้บริการ

2554

9,939

1,400 ม.3/ชม.

17.87 กม.2

6,158

350 ม.3/ชม.

3.860 กม.2

2555

10,742

1,400 ม.3/ชม.

17.87 กม.2

6,757

350 ม.3/ชม.

3.860 กม.2

2556

11,366

1,400 ม.3/ชม.

17.87 กม.2

7,181

350 ม.3/ชม.

3.860 กม.2

2557

11,926

1,400 ม.3/ชม.

17.87 กม.2

7,549

350 ม.3/ชม.

3.860 กม.2

2558

12,866

1,000 ม.3/ชม.

17.87 กม.2

7,959

320 ม.3/ชม.

3.860 กม.2

 

ตารางแสดงอัตราการผลิตและการใช้น้ำประปาในจังหวัดนครนายกปี พ.ศ. 2556 - 2558

พ.ศ.

กำลังการผลิต

จำนวนผู้ใช้น้ำ

ที่อยู่อาศัย

ธุรกิจ

ส่วนราชการ

รัฐวิสาหกิจ

2556

1,750 ม3 / ชม.

17,239

14,270

2,704

237

27

2557

1,750 ม3 / ชม.

19,658

16,589

2,022

248

27

2558

1,320 ม3 / ชม.

20,845

17,823

2,734

259

29

 

– การคมนาคม

                   จังหวัดนครนายก  ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศรวมทั้งอยู่บนเส้นทางไปสู่ชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งเป็นประตูเศรษฐกิจสู่อินโดจีนทางด้านตะวันออกเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่

                   - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 (ถนนสุวรรณศร) แยกจากถนน ๓๔๐ (บางบัวทอง-สุพรรณบุรี) ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ผ่านอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (สายเอเชีย) ผ่านอำเภอนครหลวง อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ที่ตำบลหินกอง อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ผ่านอำเภอบ้านนา เข้าจังหวัดนครนายก ผ่านจังหวัดปราจีนบุรี ไปสิ้นสุดที่ชายแดนไทย -  กัมพูชา อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

                   - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 จากรังสิต - จังหวัดนครนายก

                   - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3222 จากอำเภอบ้านนา - อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

                   - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3049 จากอำเภอเมืองฯ - น้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง

                   - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3239 สายศรีนาวา - ท่าด่าน จังหวัดนครนายก

                   - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3051 สายบางอ้อ - องครักษ์ จังหวัดนครนายก

                   - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3288 สายท่าแดง - วังม่วง จังหวัดนครนายก

                   - ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3076 สายนครนายก - บ้านสร้าง

- ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3050 แยกเข้าน้ำตกสาริกา จังหวัดนครนายก

ตารางแสดงเส้นทางคมนาคมที่สำคัญของจังหวัดนครนายก

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

ชื่อทางหลวง(สายทาง/ตอน)

ระยะทาง(กม.)

จังหวัด

33

คลองยาง-นครนายก

25.466

นครนายก

33

นครนายก-ปากพลี

10.939

นครนายก

305

วัดนาบุญ-องครักษ์

24.355

นครนายก,ปทุมธานี

305

องครักษ์-นครนายก

33.165

นครนายก

305

ทางเข้าเมืองนครนายก

2.146

นครนายก

3049

นครนายก-น้ำตกนางรอง

18.250

นครนายก

3050

ทางเข้าน้ำตกสาลิกา

2.980

นครนายก

3051

บ้านนา-สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

18.800

นครนายก

- ๑๑ -

 

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

ชื่อทางหลวง(สายทาง/ตอน)

ระยะทาง(กม.)

จังหวัด

3052

ป่าส้าน-เขาชะโงก

7.500

นครนายก

3076

นครนายก-บางหอย

22.041

นครนายก

3222

เขาเพิ่ม-บ้านนา

12.728

นครนายก

3239

นครนายก-เขื่อนขุนด่านปราการชล

16.126

นครนายก

3288

ท่าแดง-วังม่วง

14.573

นครนายก

3369

วัดอำภาศิริวงศ์-คลอง 16

14.843

นครนายก

3428

เขาชะโงก-ท้านทอง

0.215

นครนายก

3542

ทางเข้าดงละคร

0.325

นครนายก

3596

ทองหลาง-ทรายมูล

1.130

นครนายก

ที่มา : สำนักงานแขวงทางหลวงนครนายก ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2558

                   การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างทางรถไฟ  สายแก่งคอย-คลองสิบเก้าเชื่อมระหว่างภาคเหนือ / ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปสู่พื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกเพื่อรับส่งสินค้า  โดยผ่านจังหวัดนครนายกในเขตอำเภอบ้านนาและอำเภอองครักษ์ และมีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐานเป็นรถไฟความเร็วปานกลางถึงความเร็วสูงจากแก่งคอย ฉะเชิงเทรา-มาบตาพุด โดยผ่านพื้นที่จังหวัดนครนายกเพราะก่อสร้างตามแนวรถไฟสายแก่งคอย-คลองสิบเก้า

                   การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ดำเนินโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรีเป็นทางยกระดับโดยมีจุดเชื่อมต่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 ที่ มศว.องครักษ์ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 33 ที่บริเวณอำเภอบ้านนา

1.7 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

– แม่น้ำนครนายก  มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนครนายกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  ไหลลงมาทางทิศใต้ผ่านทางตอนบนของอำเภอเมืองนครนายกและอำเภอปากพลีแล้วไหลลงไปทางทิศตะวันตกผ่านทางตอนกลางของอำเภอเมืองนครนายก ตอนล่างของอำเภอบ้านนาและไหลวกลงไปทางทิศใต้อีกครั้งผ่านอำเภอองครักษ์ไปบรรจบกับแม่น้ำปราจีนบุรี เป็นแม่น้ำบางปะกงที่ตำบลบางแตน  อำเภอบ้านสร้าง  จังหวัดปราจีนบุรี  แม่น้ำสายนี้มีความยาวประมาณ  130  กิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลนองสูงสุดในฤดูฝนประมาณ  300 ลูกบาศก์เมตร/วินาที  ในฤดูแล้งระดับน้ำในแม่น้ำนครนายกลดลงมาก  ทำให้การปลูกพืชฤดูแล้งในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครนายกซึ่งอาศัยน้ำต้นทุนจากแม่น้ำนครนายกกระทำได้ไม่เต็มที่

                             ตารางแสดงลำน้ำที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำนครนายก

ชื่อลำน้ำ

ต้นกำเนิด

สถานที่ที่ลำน้ำไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำนครนายก

คลองสาริกา

เขาสาริกา อ.เมืองนครนายก

บ้านหินลาด ต.สาริกา  อ.เมืองนครนายก

คลองวังตะไคร้

เขาอินทนี  อ.เมืองนครนายก

บ้านดง ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก

คลองนางรอง

เขาเขียว อ.ปากพลี

บ้านดง ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก

คลองท่าด่าน

คลองสมอปูนไหลมารวมกับคลองสามสิบ บริเวณคลองปูน อ.ปากพลี เป็นคลองท่าด่าน

บ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง  อ.เมืองนครนายก

 

คลองสำพุงแห้ง

 

คลองบางหอย

 

เขามดดำ เขาแก้ว อ.เมืองนครนายก

คลองบางกระทุ่มคลองสายท่าแห้ง คลองแขมโค้ง ไหลมารวมกันบริเวณบ้านบางหอย อ.ปากพลี

บ้านสวนหงส์  ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก

 

บ้านปากคลองบางหอย ต.บางสมบูรณ์

อ.องครักษ์

คลองพระอาจารย์คลองบางเม่า,คลองบางอีกาวหรือลำผักบุ้ง

คลองโพธิ์ไหลมารวมกับคลองหน้า

กระดานเป็นคลองบางเม่า,คลองบางอีกาวหรือลำผักบุ้ง

วัดจันทร์เรือง  ต.บางสมบูรณ์ อ.องครักษ์

 

ที่มา : สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ กันยายน 2558

- ๑๒ -

 

แหล่งน้ำที่สำคัญ  แหล่งน้ำสำคัญในเขตจังหวัดนครนายกมีเขตลุ่มน้ำสำคัญอยู่สามแห่งคือ

๑. ลุ่มน้ำนครนายก  ต้นกำเนิดจากห้วยต่าง ๆ เช่น คลองท่าด่าน ห้วยนางรอง ห้วยสมพุง คลองมะเดื่อ ห้วยสาริกา ห้วยน้ำริน ห้วยแม่ป่าน เป็นต้น ซึ่งต้นน้ำอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ลำน้ำช่วงบนถึงน้ำตกเหวนรกเรียกว่า คลองสมอปูน ลงมาถึงบริเวณบ้านท่าด่านเรียกว่า คลองท่าด่าน  แล้วไหลผ่านอำเภอเมือง นครนายก อำเภอปากพลีตอนบน และอำเภอองครักษ์ เรียกว่า แม่น้ำนครนายก แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำบางปะกง ที่ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เรียกว่า ปากน้ำโยทะกา มีความยาวประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร ไหลจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก มีขนาดพื้นที่ลุ่มน้ำเหนือน้ำตกเหวนรกประมาณ ๑๕๐ ตารางกิโลเมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านในบริเวณลำคลองสมอปูน เหนือน้ำตกเหวนรกประมาณ ๒๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร

             โครงการพัฒนาลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำนครนายก  เป็นโครงการพระราชดำริ   ที่สร้างทำนบดินปิดกั้นลำน้ำสาขา แม่น้ำนครนายก จำนวนสามสาย คือ คลองทรายทอง คลองห้วยปรือ และคลองโบสถ์ ในตำบลเขาพระ  และตำบลพรหมณี  อำเภอเมืองนครนายก  เพื่อเป็นอ่างกักเก็บน้ำสามแห่ง คือ  อ่างเก็บน้ำทรายทอง  มีความจุ  ๒  ล้านลูกบาศก์เมตร  อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ  มีความจุ  ๘.๓0  ล้านลูกบาศก์เมตร  และอ่างเก็บน้ำคลองโบดมีความจุ  3.91  ล้านลูกบาศก์เมตร  สามารถส่งเลี้ยงพื้นที่ชลประทานท้ายอ่างเก็บน้ำ ทั้งสามแห่ง จำนวน ๔,๐๐๐ ไร่ เป็นแหล่งน้ำต้นทุน เพื่ออุปโภคและบริโภคของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และสำรองไว้ให้การประปานครนายก เพื่อเป็นน้ำดิบ จำนวน 6.51  ล้านลูกบาศก์เมตร  สร้างเมื่อปี  พ.ศ.๒๕๒๕  เสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๐ ใช้งบประมาณ ๒๔๖ ล้านบาท 

             โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครนายก  เป็นโครงการชลประทานที่นำน้ำในแม่น้ำนครนายกมาใช้ประโยชน์  โดยสร้างเขื่อนนายก ขนาด 12.50 เมตร จำนวน 2 ช่อง ระบายน้ำสูงสุด 250 ลบ.ม/วินาที ปิดกั้นแม่น้ำนครนายกที่บ้านท่าหุบ ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองนครนายก เพื่อเป็นอาคารทดน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำของโครงการฯ หล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรในช่วงฤดูฝนประมาณ  ๓๖๘,๐๐๐ ไร่ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗

                   ๒. ลุ่มน้ำคลองบ้านนา  ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในเขตอำเภอแก่งคอย และอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มีลำน้ำสาขาไหลมารวมกันคือ ห้วยเจ็ดคด ห้วยใหญ่ ห้วยน้ำเค็ม และห้วยข่าย ลำน้ำไหลจากทิศเหนือไปบรรจบกับคลองส่งน้ำฝั่งขวาของโครงการส่งน้ำฯ นครนายก  (คลอง ๒๙)  และแม่น้ำนครนายกในตำบลทองหลาง และตำบลบางอ้อ อำเภอบ้านนา ความยาวของลำน้ำจากต้นน้ำถึงจุดที่ไหลลงแม่น้ำนครนายก ประมาณ  ๕๗  กิโลเมตร ซึ่งมีน้ำไหลตลอดปี แต่มีน้ำน้อยมากในฤดูแล้ง มีพื้นที่ลุ่มน้ำเหนือประตูระบายน้ำบ้านนา ประมาณ ๒๐๖ ตารางกิโลเมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านประตูระบายน้ำบ้านนา  เฉลี่ยทั้งปีประมาณ ๑๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร มีการพัฒนาโครงการเพื่อนำน้ำในลุ่มน้ำไปใช้ประโยชน์ คือ โครงการคลองบ้านนา เพื่อสร้างประตูระบายน้ำ ขนาดกว้าง ๖.๐๐ เมตร สูง ๖.๐๐ เมตร จำนวนสามช่อง ปิดกั้นคลองบ้านนาในตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา เพื่อเป็นอาคารทดน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำของโครงการบ้านนา หล่อเลี้ยงพื้นที่ชลประทานในช่วงฤดูฝนประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐ เสร็จปี พ.ศ.๒๕๓๔ ใช้งบประมาณ ๑๔ ล้านบาท

                   ๓. ลุ่มน้ำคลองยาง  ต้นน้ำมาจากเทือกเขาสมอปูน  ซึ่งเป็นลำน้ำช่วงบนอยู่ในเขตอุทยานฯ เขาใหญ่  เรียกว่า  คลองวังบอน  ไหลมาทางใต้ถึงตำบลปากพลี  เรียกว่า  คลองยาง  เมื่อเข้าเขตตำบลปากพลีเรียกว่า คลองปากพลี  จากสุดเขตตำบลปากพลีไปบรรจบแม่น้ำปราจีนบุรี  เรียกว่า คลองสารภี   มีความยาวรวมตลอดลำน้ำประมาณ ๓๖ กิโลเมตร เป็นเส้นแบ่งเขตอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก กับอำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ลุ่มน้ำจากด้านเหนือประตูระบายน้ำคลองยางขึ้นไป ประมาณ  ๑๑๐  ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านประตูระบายน้ำคลองยางเฉลี่ยปีละ  ๙.๒  ล้านลูกบาศก์เมตร  มีโครงการนำน้ำมาใช้ประโยชน์สามโครงการ คือ

                                โครงการฝายน้ำล้นในคลองยาง  อยู่ในตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี เป็น

ฝายหินก่อสูง ๓.๐๐ เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๕ ใช้งบประมาณ ๕.๓๖ ล้านบาท กักเก็บน้ำไว้ในคลองเพื่ออุปโภคและบริโภคในช่วงฤดูแล้งประมาณ ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร

                     โครงการประตูระบายน้ำคลองยาง  สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ เพื่อทดน้ำและผันน้ำจากคลองยาง เข้าสู่ระบบส่งน้ำของโครงการ ซึ่งมีพื้นที่ชลประทาน ในเขตอำเภอปากพลี จำนวน 5,700 ไร่ และอำเภอเมืองปราจีนบุรี 9,100 ไร่ ประมาณ 14,800 ไร่

- ๑๓ -

 

                                โครงการสารภี  เป็นโครงการสร้างประตูระบายน้ำคลองสารภี ปิดกั้นคลองสารภี ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในเขตอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี

            ลำคลองที่สำคัญ  มีอยู่หลายสายด้วยกันได้แก่ คลองท่าด่าน คลองมะเดื่อ คลองพรหมณี คลองวังไทร ห้วยนางรอง ห้วยสมพุงใหญ่ ห้วยสาริกา และคลองท่าแดง

                การพัฒนาแหล่งน้ำ  ได้มีการพัฒนานำน้ำจากลุ่มน้ำมาใช้ประโยชน์ ดังนี้

             โครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนคลองท่าด่านเป็นเขื่อนประเภทคอนกรีตบดอัด ประเภท high paste  แห่งแรกในประเทศไทย เขื่อนประเภทนี้ใช้วัสดุในการก่อสร้างต่ำสุด ใช้เวลาก่อสร้างน้อยไม่ต้องการรากฐานที่ค่อนข้างมั่นคง ความสูงของเขื่อนสูงสุด ๙3 เมตร ยาว 2,594 เมตร สันเขื่อนสูง ๑๑๔ เมตร จากระดับน้ำทะเล กว้าง ๖.๐ เมตร ระดับใช้การ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับน้ำฝน ๑๘๔ ตารางกิโลเมตร ช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรม 185,000 ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์ 9,000 ครอบครัว

             โครงการเขื่อนคลองมะเดื่อ  ตั้งอยู่ที่บ้านคลองมะเดื่อ ตำบลสาริกา  อำเภอเมืองนครนายก เป็นเขื่อนประเภทคอนกรีตบดอัด ความสูง ๙๑ เมตร ยาว ๗๓๖ เมตร สันเขื่อนกว้าง ๖ เมตร มีพื้นที่รับน้ำฝนประมาณ ๖๒ ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเฉลี่ย ๑๐๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ความจุอ่างที่ระดับกักเก็บน้ำปกติ ๙๔ ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่าง ๑,๖๐๐ ไร่ ในระยะยาวมีน้ำต้นทุนช่วยเหลือราษฎรในการเกษตรพื้นที่ชลประทานได้ ๖๘,๐๐๐ ไร่

             โครงการพัฒนาแหล่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่ราบเชิงเขา เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก และขนาดกลางแถบที่ราบเชิงเขาประกอบด้วยงานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ๕ แห่งคือ

    - อ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด อยู่ในตำบลหนองแสง  อำเภอปากพลี เป็นเขื่อนดินสูง ๒๓ เมตร ยาว ๑๔๕ เมตร  ความจุ 1.๓ ล้านลูกบาศก์เมตร เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐  สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๑ ใช้งบประมาณ ๑๗ ล้านบาท  ส่งน้ำพื้นที่การเกษตร ๓,๐๐๐ ไร่

                      - อ่างเก็บน้ำคลองวังบอน (คลองยา)  อยู่ในตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี เป็นเขื่อนดินสูง ๑๙ เมตร ยาว ๔๕๐ เมตร มีความจุ ๖.๙ ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างเสร็จปี พ.ศ.๒๕๔๒ สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่ประมาณ 9,000 ไร่ ใช้งบประมาณ ๑๕๘ ล้านบาท

   - อ่างเก็บน้ำบ้านวังม่วง อยู่ในตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี เป็นเขื่อนดินสูง ๒๔.๕๐ เมตรยาว ๒๔๕ เมตร มีความจุ ๐.๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณ ๔๖ ล้านบาท สร้างเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๔๓ สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรได้  ๑,๐๐๐ ไร่

                       - อ่างเก็บน้ำคลองห้วยกระบอก  อยู่ในตำบลหินลาด อำเภอปากพลี เป็นเขื่อนดิน สูง 12.5๐ เมตร    ยาว 250 เมตร มีความจุ 0.5๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณ 78 ล้านบาท สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่ได้ประมาณ ๖๕๐ ไร่

                        - อ่างเก็บน้ำคลองกลาง  อยู่ในตำบลหินลาด อำเภอปากพลี เป็นเขื่อนดิน สูง ๓๖.๑๐ เมตร ยาว 380 เมตร มีความจุ ๓.๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณ ๒๓๒ ล้านบาท สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่ได้ประมาณ ๓,๒๐๐ ไร่

ที่มา : : สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

 

ตารางแสดงแหล่งน้ำที่สำคัญในจังหวัดนครนายก

ชื่อแหล่งน้ำ

สถานที่ตั้ง

ปริมาณความจุ

พื้นที่ได้รับประโยชน์

โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล

ต.หินตั้ง อ.เมืองนครนายก

224 ล้านลูกบาศก์เมตร

185,000 ไร่

โครงการเขื่อนคลองมะเดื่อ

ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก

94 ล้านลูกบาศก์เมตร

68,000 ไร่

อ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด

ต.หนองแสง อ.ปากพลี

1.3 ล้านลูกบาศก์เมตร

3,000 ไร่

อ่างเก็บน้ำวังบอน(คลองยาง)

ต.นาหินลาด อ.ปากพลี

6.9 ล้านลูกบาศก์เมตร

9,000 ไร่

อ่างเก็บน้ำบ้านวังม่วง

ต.นาหินลาด อ.ปากพลี

0.8 ล้านลูกบาศก์เมตร

1,000 ไร่

อ่างเก็บน้ำคลองห้วยกระบอก

ต.นาหินลาด อ.ปากพลี

0.51 ล้านลูกบาศก์เมตร

650 ไร่

อ่างเก็บน้ำคลองกลาง

ต.นาหินลาด อ.ปากพลี

3.1 ล้านลูกบาศก์เมตร

3,200 ไร่

- ๑๔ -

 

1.8 ข้อมูลเชิงสถิติที่สำคัญเชิงพื้นที่

                ประชากรและกำลังแรงงาน

 

ผู้อยู่ในวัยทำงาน 15 ปีขึ้นไป

ผู้ไม่อยู่ในวัยทำงานอายุต่ำกว่า 15 ปี

 ประชากรรวม

 ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน

 ผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน

รวม

 ผู้มีงานทำ

 ผู้รอฤดูกาล

 ผู้ว่างงาน

รวม

ทำงานบ้าน

เรียนหนังสือ

อื่นๆ

รวม

144,909

1,117

1,262

147,288

21,893

19,042

32,149

73,084

220,372

46,649

267,021

 

                  จังหวัดนครนายกมีประชากรจำนวน 257,๔๖๑ คน (ณ เดือนมิถุนายน 255๘) เป็นประชากรผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 220,372 คน ผู้มีอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 46,649 คน ทั้งนี้ในจำนวนผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงานรวม 147,288 คน ผู้มีงานทำ 144,909 คน ผู้ว่างงาน 1,262 คน ผู้รอฤดูกาล 1,117 คน

การมีงานทำ  ผู้มีงานทำในจังหวัดนครนายกจำนวน 144,909 คน หรือร้อยละ 98.38 โดยทำงาน              ในภาคเกษตร จำนวน 38,772 คน หรือร้อยละ 26.76 ของผู้มีงานทำทั้งหมด ทำงานนอกภาคเกษตร จำนวน  106,137  คน ร้อยละ 73.24ของผู้อยู่ในกำลังแรงงาน โดยทำงานในสาขาการผลิตมากที่สุดจำนวน 35,927 คน หรือร้อยละ 33.85 รองลงมาคือการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์และจักรยานยนต์ จำนวน 18,944 คน หรือร้อยละ  17.85  และก่อสร้าง  จำนวน 12,465 หรือ ร้อยละ 11.74 และผู้มีงานทำส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำกว่าประถมศึกษา จำนวน 36,937 คน ร้อยละ 25.49

การว่างงาน จังหวัดนครนายกมีผู้ว่างงาน ประมาณ 1,262 คน หรือมีอัตราการว่างงานร้อยละ 0.85 (ของผู้อยู่ในกำลังแรงงาน) โดยมีอัตราการว่างงานของชาย 0.67 (994 คน) และอัตราว่างงานของหญิง 0.18 (268 คน)

แรงงานนอกระบบ  จากข้อมูลเบื้องต้น ปี 2558 มีผู้อยู่ในแรงงานนอกระบบ อยู่ในภาคเกษตรคือผู้ที่ปฏิบัติงานที่มีฝีมือด้านการเกษตรและการประมง จำนวน 33,695 คน ร้อยละ 23.25 ของผู้มีงานทำทั้งหมด โดยส่วนใหญ่จะทำงานอยู่นอกภาคเกษตรจำนวน 25,047 คน ร้อยละ 17.28 จำแนกตามอุตสาหกรรมที่มีแรงงานนอกระบบสูงสุด 3 อันดับแรก คือ บริหารราชการการป้องกันประเทศ รวมทั้งป้องกันสังคม ภาคบังคับจำนวน 6,584 คน ร้อยละ 26.28 รองลงมาสาขาการศึกษา 5,884 คน ร้อยละ 23.49 และศิลปะ บันเทิง 4,371 คน ร้อยละ 17.45

การบริการจัดหางานในประเทศ  นายจ้าง/สถานประกอบการได้แจ้งตำแหน่งงานว่าง จำนวน 533 อัตรา โดยมี  ผู้สมัครงาน  813 คน  และการบรรจุงาน 524 คน ส่วนตำแหน่งงานว่างตามระดับการศึกษาที่ต้องการสูงสุด 3 อันดับแรกคือ ระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 34.15 (182 อัตรา)  รองลงมาเป็นระดับ ปวส. มีความต้องการ ร้อยละ 17.26 (92 อัตรา) ระดับ ปวช. ร้อยละ 15.38 ( 82 อัตรา) ตามลำดับ สำหรับอาชีพที่มีการบรรจุงานมากที่สุด คือ การผลิต ร้อยละ 61.26 (321 คน)  และ การผลิต  มีตำแหน่งงานว่างมากที่สุด ร้อยละ 62.85 (335 อัตรา)

ความต้องการแรงงาน (ตำแหน่งงานว่าง) นายจ้างสถานประกอบการแจ้งความต้องการแรงงาน (ตำแหน่งงานว่างใหม่) จำนวน 533 อัตรา เพศชาย จำนวน 127 อัตรา เพศหญิง จำนวน 76 อัตรา ไม่ระบุเพศ จำนวน 330 อัตรา ตำแหน่งงานที่นายจ้าง/สถานประกอบการมีความต้องการมากที่สุด ๓ อันดับแรกได้แก่ตำแหน่งด้านผลิต/ ช่างเชื่อมโลหะ/ออกแบบดีไซน์ จำนวน 335 อัตรา ตำแหน่งพนักงานให้บริการภายในโรงแรม จำนวน 97 อัตรา และ การขายส่งและการขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์และจักรยานยนต์ จำนวน 75 อัตรา ตามลำดับ วุฒิการศึกษาที่นายจ้าง/ สถานประกอบการต้องการมากที่สุด ๓ อันดับแรกได้แก่ระดับมัธยมศึกษา จำนวน182 อัตรา รองลงมาได้แก่ระดับ ปวส. จำนวน 92 อัตรา และ ปวช. จำนวน 82 อัตรา ตามลำดับ

แรงงานต่างด้าว  มีคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานคงเหลือทั้งสิ้นจำนวน 8,814 คน ซึ่งเมื่อจำแนกตามลักษณะการเข้าเมืองของคนต่างด้าว พบว่า กลุ่มคนต่างด้าวเข้าเมืองถูกกฎหมายมีมากกว่ากลุ่มเข้าเมืองผิดกฎหมายโดยเป็นแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองถูกกฎหมายจำนวน 5,386 คน (ร้อยละ 61.11) โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการนำเข้าชั่วคราว (MOU) จำนวน 4,068 (ร้อยละ 75.53) คนเป็นแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว จำนวน 1,195 คน (ร้อยละ 22.19) สำหรับแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองตามมาตรา ๙ ประเภทคนอยู่ชั่วคราว 123 คน (ร้อยละ 2.28) โดย

 

- 15 -

 

แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นคนต่างด้าว 3 สัญชาติที่ได้รับอนุญาตทำงาน มติ ครม. (กัมพูชา 1,793 คน พม่า 1,012 คน และ ลาว 492 คน) จำนวน 3,297 คน (ร้อยละ 96.18) เป็นชนกลุ่มน้อย จำนวน 131 คน (ร้อยละ 2.73)

แรงงานไทยในต่างประเทศ  สถิติแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศของจังหวัดนครนายก พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้นจำนวน 14 คน โดยเมื่อพิจารณาตามวิธีการเดินทางพบว่า ส่วนใหญ่เป็นประเภท Re-Entry จำนวน 13 คน                    (ร้อยละ 92.86) คือ กลับมาพักที่ประเทศไทยแล้วกลับไปทำงานอีกครั้งให้ครบสัญญาจ้างงาน และเดินทางด้วยตนเอง จำนวน 1 คน (ร้อยละ7.14)

การพัฒนาศักยภาพแรงงาน  ได้ดำเนินการฝึกอบรมพัฒนาผู้ใช้แรงงาน ในหลักสูตรกลุ่มอาชีพ ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์  โดยมีการฝึกเตรียมเข้าทำงาน จำนวน 4 คน  ฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน จำนวน 40 คน                       ส่วนการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานพบว่า ยังไม่มีผู้เข้ารับการทดสอบ    

การคุ้มครองแรงงาน มีการตรวจสถานประกอบการทั้งสิ้น 45 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการขนาดเล็ก 10-19 คน 16 แห่ง และมีลูกจ้างที่ผ่านการตรวจหรือได้รับการคุ้มครองรวม 2,610 คน จำแนกเป็นเพศชาย 1,371 คน  (ร้อยละ 52.53) เพศหญิง 1,239 คน (ร้อยละ 47.47) ลูกจ้างส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างในสถานประกอบการขนาด 200-499 คน ที่มีการจ้างงานของลูกจ้างจำนวน 826 คน (คิดเป็นร้อยละ 31.65) รองลงมาเป็นสถานประกอบการขนาด 500-999 มีการจ้างงานของลูกจ้าง จำนวน 732 คน จำนวน 1 แห่ง (ร้อยละ 28.05) และจากผลการตรวจพบว่าสถานประกอบการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 40 แห่ง (ร้อยละ 88.89) และปฏิบัติไม่ถูกต้อง จำนวน 5 แห่ง (ร้อยละ 11.11)

การตรวจความปลอดภัยในการทำงาน ดำเนินการตรวจความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการทั้งสิ้น              36 แห่ง ซึ่งสถานประกอบกิจการที่ 3 อันดับแรกเป็นสถานประกอบกิจการที่มีการจ้างงาน 10-19 คน จำนวน 13 แห่ง (ร้อยละ 36.11) จ้างงาน 20-49 คน จำนวน 7 แห่ง (ร้อยละ 19.44) และจ้างงาน 1-4 คน จำนวน 6 แห่ง (ร้อยละ16.67) ตามลำดับ จำนวนลูกจ้างที่ผ่านการตรวจมีทั้งหมด 2,260 คน เป็นชาย 1,150 คน (ร้อยละ 50.88) เป็นหญิง 1,110 คน (ร้อยละ 49.12) และพบว่าสถานประกอบกิจการปฏิบัติถูกต้องทั้งหมด จำนวน 36 แห่ง

ประสบอันตราย/เจ็บป่วยจากการทำงาน ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2558 จังหวัดนครนายก มีการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน จำนวน 50 คน โดย ประเภทความร้ายแรง พบว่าส่วนใหญ่จะหยุดงานไม่เกิน 3 วัน จำนวน 30 คน ร้อยละ 60.78 หยุดงานเกิน 3 วัน จำนวน 19 คน ร้อยละ 37.25 และมีผู้สูญเสียอวัยวะบางส่วน จำนวน 1 คน ร้อยละ 1.96 ส่วนความร้ายแรงประเภททุพพลภาพและตายไม่มี

การเลิกจ้างแรงงาน สถานประกอบกิจการในจังหวัดนครนายกที่เลิกกิจการมีเฉพาะสถานประกอบการ           ขนาด 1-9 จำนวน 6 แห่ง และมีลูกจ้างถูกเลิกจ้างทั้งหมด 9 คน แบ่งเป็นประเภทกิจการอื่นๆ จำนวน 2 แห่ง หรือ           ร้อยละ 33.33 ลูกจ้าง ถูกเลิกจ้างจำนวน 4 คน ประเภทการค้า จำนวน 2 แห่ง หรือร้อยละ 33.33 ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 2 คน และประเภทการผลิตประกอบยานพาหนะจำนวน 1 แห่ง หรือร้อยละ 16.67 ลูกจ้างถูกเลิกจ้างจำนวน 3 คน

การประกันสังคม  กองทุนประกันสังคม มีสถานประกอบการ 1,016 แห่ง ผู้ประกันตน 23,978 คน             (ร้อยละ 16.54 ของผู้มีงานทำ)  และมีสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลของรัฐบาลจำนวน           ๒ แห่ง สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมทั้งสิ้น 853 แห่ง  จำนวนลูกจ้างทั้งสิ้น 17,885 คน        

          กองทุนประกันสังคม มีเงินกองทุน 15,066,062 ล้านบาท จำนวนผู้ใช้บริการมีจำนวน 3,164 คน หรือ ร้อยละ 13.19 ของผู้ประกันตนทั้งหมด ประเภทประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนใช้บริการสูงสุด ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย  มีจำนวน 1,413 คน หรือร้อยละ 44.66  ของผู้ใช้บริการทั้งหมด สำหรับปริมาณการจ่ายเงินประโยชน์ทดแทน พบว่า การจ่ายเงินกรณีชราภาพมีการจ่ายเงินสูงสุด  ถึง 6,111,332.56 ล้านบาท หรือร้อยละ 40.56 ของเงินประโยชน์ทดแทนที่จ่าย

 

 

 

 

-16-

 

ดัชนีราคาผู้บริโภคของจังหวัดนครนายก ไตรมาส 2 ปี 2558 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 106.9 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 0.6 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 1 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 106.9 โดยค่าเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นสูงสุดจะเป็นดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เท่ากับ 113.2 รองลงมาเป็นดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน เท่ากับ 104.2 สำหรับดัชนีอื่นๆ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 102.3

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท/ห้างหุ้นส่วน และการจ้างงานบริษัท/ห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนใหม่ จังหวัดนครนายกมีการจดทะเบียนจัดตั้งจำนวน 18 แห่ง โดยแบ่งออกเป็นการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 11 แห่ง และการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด 7 แห่ง

การจ้างงานคนพิการ สถานประกอบการในจังหวัดนครนายกมีการจ้างงานคนพิการทำงาน 16 แห่ง ลูกจ้างคนพิการ 48 คน ลักษณะงานเป็นงานที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายทั้งพนักงานฝ่ายผลิตและพนักงานทำงานภายในสำนักงาน

1.9 ข้อมูลสรุปผลการดำเนินการตามแผนฯ ที่ผ่านมา

       จังหวัดนครนายกได้จัดทำแผนพัฒนาจังหวัด 4 ปี (พ.ศ. 2557 – 2560) ครอบคลุมยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ ภายใต้ผลผลิต 5 ผลผลิต โดยเน้นการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก คือ ยุทธศาสตร์ “ พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก สินค้า บริการและบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานอย่างบูรณาการ และยุทธศาสตร์รอง คือ “ส่งเสริมการบริการทางการแพทย์ ศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยและสนับสนุนให้เป็นแหล่งอาหารปลอดภัย” ตลอดจนยุทธศาสตร์ “อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เมือง และชุมชนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ประชาชน ให้เป็นบ้านแห่งความสุข” และยุทธศาสตร์ “เสริมสร้างศักยภาพชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาและส่งเสริมความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ ให้สังคมมีความสงบสุข” ตามลำดับ

จังหวัดนครนายกได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการตามงบประมาณจังหวัดภายใต้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 จำนวน 142.5384 ล้านบาท (เป็นงบพัฒนาจังหวัด 8 โครงการ งบประมาณ 134.5384 ล้านบาท และเป็นงบค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ 1 รายการ งบประมาณ 8 ล้านบาท) สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จำนวน 139.3569 ล้านบาท (เป็นงบพัฒนาจังหวัด 17 โครงการ งบประมาณ 131.3569 ล้านบาท และเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ 1 รายการ งบประมาณ      8 ล้านบาท) ส่วนปีงบประมาณ พ.ศ.2559 จำนวน 169.5564 ล้านบาท (เป็นงบพัฒนาจังหวัด 30 โครงการ งบประมาณ 161.5564 ล้านบาท และเป็นงบค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ 1 รายการ งบประมาณ 8 ล้านบาท) โดยในปีงบประมาณ 2557 และ 2558 จังหวัดมีผลการเบิกจ่ายเงินได้ต่ำกว่าแผนการเบิกจ่ายที่กำหนดเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณจังหวัดนครนายกเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด จึงได้กำหนดมาตรการโดย

1) จังหวัดได้มีการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการตามงบประมาณจังหวัดทุกเดือน

2) แต่งตั้งคณะกรรมการเร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณภาครัฐของจังหวัดนครนายก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และคลังจังหวัดนครนายก เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้มีการประชุมติดตามเร่งรัดการดำเนินโครงการและการเบิกจ่ายงบประมาณทุกเดือน

ส่วนปัญหาอุปสรรคของการดำเนินงานที่ผ่านมาและแนวทางแก้ไข สรุปได้ดังนี้

(1) ด้านนโยบาย

     ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.)    ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2554 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการบริหารงบประมาณจังหวัดและงบประมาณกลุ่มจังหวัด ได้กำหนดให้การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดที่ไม่มีผลต่อแผนปฏิบัติราชการประจำปีและแผนพัฒนาจังหวัด ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ (กิจกรรม พื้นที่ดำเนินโครงการ งบรายจ่าย เป้าหมายโครงการ และหน่วยงานที่รับผิดชอบ) และการเปลี่ยนแปลงโครงการโดยนำโครงการอื่นที่อยู่ในแผนฯ (โครงการสำรองมาดำเนินการแทนโครงการเดิม โดยให้คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) มีอำนาจพิจารณา กลั่นกรอง

-17-

 

และให้ความเห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดดังกล่าว แต่ถ้าเป็นการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดที่มีผลกระทบต่อแผนฯ (โครงการอื่นที่ไม่อยู่ในแผนฯ) กำหนดให้ ก.บ.จ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนแล้วให้เสนอขอความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการด้านแผนและด้านงบประมาณ (อ.ก.น.จ.) เมื่อ อ.ก.น.จ. ให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินโครงการมาก ดังนั้น ก.น.จ. ควรมอบให้ ก.บ.จ.        มีอำนาจพิจารณา กลั่นกรอง และให้ความเห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายของจังหวัดที่มีผลกระทบต่อแผนฯ เช่นเดียวกับกรณีที่ไม่มีผลกระทบต่อแผนฯ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน ประกอบกับเพื่อเป็นมาตรการในการกำกับติดตามส่วนราชการเจ้าของโครงการให้ดำเนินการตามโครงการให้รวดเร็วและบรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม หากส่วนราชการเจ้าของโครงการดำเนินโครงการล่าช้า ก.บ.จ. จะสามารถปรับเปลี่ยนโครงการเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนั้นได้ทันที

 

(2) ด้านการจัดทำแผน

     - ระยะเวลาในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดแม้ว่าจะได้มีการปรับปรุงปฏิทินการจัดทำแผนฯ ให้มีระยะเวลามากขึ้นกว่าเดิมแล้ว แต่ระยะเวลาในการจัดทำแผนฯ ก็ยังน้อยมาก จึงทำให้แผนฯ ไม่มีคุณภาพเท่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น จึงควรกำหนดระยะเวลาในการจัดทำแผนฯ ให้มากขึ้นอย่างน้อย 60 วัน และแจ้งกรอบแนวทางการจัดทำแผนฯ ให้จังหวัดทราบโดยเร็ว

     - ไม่ควรมีข้อห้ามในการจัดทำคำของบประมาณจังหวัด เพราะจังหวัดอาจมีงานที่ต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน หากงานนั้นตรงกับข้อห้ามดังกล่าว ก็ไม่อาจแก้ปัญหาให้แก่ประชาชนได้

 

(3) ด้านบุคลากร

     บุคลากรของส่วนราชการต่างๆ ยังมีความเข้าใจในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปี ไม่เท่ากัน และไม่เป็นแนวทางเดียวกัน จึงทำให้การเขียนโครงการเพื่อของบประมาณไม่ละเอียดไม่สามารถสื่อให้ทราบได้ว่าโครงการนั้นๆ เมื่อจัดทำเสร็จแล้วจะได้ผลผลิตและผลลัพธ์อย่างไร โครงการมีความคุ้มค่าหรือไม่ ดังนั้น กระทรวง/กรมต่างๆ ในส่วนกลางควรได้มีการพัฒนาบุคลากรของตนในส่วนภูมิภาคให้มีความรู้ความเข้าใจในการจัดทำ   แผนฯ การเขียนโครงการและการคำนวณค่าใช้จ่ายของโครงการ

 

(4) ด้านการบริหารจัดการ

     - ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการจังหวัดในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดในกระบวนการต่างๆ ที่จัดสรรให้จังหวัด จังหวัดละ 8 ล้านบาท ควรกำหนดให้จังหวัดสามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ไม่เกินร้อยละ 30 ทั้งนี้ เพื่อให้จังหวัดสามารถช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้ทันที

     - ควรกำหนดให้รายได้ที่เกิดจากการดำเนินงานตามโครงการจังหวัด สามารถนำรายได้นั้นไปบริหารจัดการโครงการนั้นได้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการโครงการได้อย่างคล่องตัว หรือเป็นทุนหมุนเวียนของโครงการนั้นต่อไป โดยรายได้นั้นไม่ต้องตกเป็นรายได้แผ่นดิน

                       ในระยะของการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดนครนายก 4 ปี (พ.ศ.2557 - 2560) จังหวัดได้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการพัฒนาจังหวัดโดยเฉพาะด้านการเกษตร  ซึ่งจังหวัดได้เน้นหนักสินค้าเกษตรได้แก่ ข้าว มะยงชิดมะปรางหวาน ผลไม้ FIGS ควงคู่ไปกับการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีและปุ๋ยชีวภาพในการปลูกพืช ลดการใช้สารเคมี เพื่อมุ่งสู่อาหารปลอดภัยซึ่งเป็นที่นิยมของประชาชนในการบริโภคให้มากยิ่งขึ้น  รวมทั้งการพัฒนาสถาบันเกษตรอินทรีย์อาชีพแบบพอเพียงและตลาดกลางผลไม้และไม้ดอกไม้ประดับ  ทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) สำหรับภาคการเกษตรในปี 2556 สร้างรายมูลค่าเพิ่ม จำนวน 8,278 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2555 จำนวน 636 ล้านบาท ส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว  พัฒนาคุณภาพสินค้าทางการท่องเที่ยวเพื่อให้เป็นที่นิยมของตลาด และส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก ปี 2557 จำนวน 2,438,502 คน เป็น 2.51 ล้านคน ในปี 2558 และรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจาก ปี 2557 จำนวน 5,034.10 ล้านบาท เป็น 6.21 ล้านบาท ในปี 2558สำหรับด้านการ

-18-

 

พัฒนาคุณภาพชีวิตได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการศึกษาตามระบบและการฝึกอาชีพ การพัฒนาสุขภาพโดยเฉพาะด้านการแพทย์แผนไทย และการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารราชการ

2. การวิเคราะห์สภาวการณ์และศักยภาพ

2.1 ข้อมูลการวิเคราะห์ความต้องการและศักยภาพของประชาชนในท้องถิ่น

                2.1.1 ประเด็นปัญหา

                   1) ต้นทุนปัจจัยการผลิตของเกษตรกรมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากราคาปุ๋ย  ยากำจัดศัตรูพืช  ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง  ประกอบกับดินเปรี้ยวในพื้นที่ทำการเกษตรในเขต อ.องครักษ์  และ อ.บ้านนา  กับ อ.เมืองนครนายก บางส่วน  โดยที่รายได้ในครัวเรือนของเกษตรกรมาจากการขายผลผลิตทางการเกษตรเป็นหลัก ซึ่งมีราคาค่อนข้างต่ำและมีความไม่แน่นอน  ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกร  ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา  จึงทำให้เกษตรกรมีหนี้สินเพิ่มขึ้น

                   2) พื้นที่ทำการเกษตรในเขต อ.บ้านนา และ อ.องครักษ์  ยังค่อนข้างขาดแคลนน้ำ  โดยเฉพาะคูคลอง  ตื้นเขิน  ขาดระบบส่งน้ำในไร่นาที่ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูก

                   3) ที่ดินทำกินของเกษตรกรมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงเนื่องจากยังมีการใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืช  และวัชพืช  นอกจากทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแล้ว  ยังทำให้มีการสะสมของสารเคมีในดินทำให้ดินเสื่อมโทรมลง  และสะสมในตัวของเกษตรกรทำให้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต

                   4) เกษตรกร  และกลุ่มอาชีพต่างๆ ในทุกอำเภอ ยังขาดองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพทำให้ผลิตภัณฑ์ ที่เกิดจากการแปรรูปมีคุณภาพที่ยังไม่สามารถแข่งขันทางการค้ากับรายอื่นได้

5) ชุมชนต่างๆ ในจังหวัดนครนายกยังไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียรวม  จึงมีการปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำธรรมชาติ  ทำให้ น้ำเน่าเสียในบางพื้นที่  รวมทั้งการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลยังจัดการไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด      จึงมีขยะตกค้างในบางชุมชน

                   6) โครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมยังมีบางแห่งที่ชำรุดทรุดโทรมในเขต อ.เมืองนครนายก  และ อ.องครักษ์ ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนเนื่องจากยังไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด

                   7) ในชุมชนยังขาดการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม  ทำให้ประชาชนไม่ได้รับการยกระดับชีวิตที่ดีเพียงพอ  รวมทั้งยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติดให้โทษ  ที่ยังไม่หมดไปจากสังคม

2.1.2 ความต้องการในการพัฒนาจังหวัด

                   1) ปรับปรุงทรัพยากรดินที่เสื่อมโทรมและพื้นที่ดินเปรี้ยวให้มีความอุดมสมบูรณ์  สามารถเพาะปลูกพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                   2) ปรับกระบวนการผลิตทางการเกษตรไปสู่เกษตรอินทรีย์  เกษตรผสมผสานมากขึ้น  ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เช่น  การปลูกพืชปลอดสารพิษ  การใช้ปุ๋ยอินทรีย์  ปุ๋ยชีวภาพ  แทนการใช้ปุ๋ยเคมี  รวมทั้งกำจัดศัตรูพืช  และโรคในนาข้าว

                   3) จัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำที่ตื้นเขินเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค  รวมทั้งนำน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดปี

                   4) ส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบอาชีพของประชาชนรวมทั้งอาชีพเสริมในทุกอำเภอ  ทั้งในด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะในการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์  เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้  รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์และวัตถุดิบในการผลิต

                   5) เร่งปรับปรุงสภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อมในชุมชนและท้องถิ่นทุกแห่ง  เช่น  ให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวม  แก้ปัญหาน้ำเสียในครัวเรือน  การจัดการขยะมูลฝอย  การป้องกันน้ำกัดเซาะตลิ่งพังทลาย  การป้องกันน้ำท่วม     การลอกท่อระบายน้ำ  ปรับปรุงภูมิทัศน์  ปลูกป่าชุมชนเพิ่มขึ้น  กำจัดวัชพืช  และผักตบชวาในแหล่งน้ำ  เป็นต้น

                   6) ปรับปรุง/ก่อสร้างถนนและสะพาน  เพื่อให้สามารถเดินทางและขนส่งสินค้าได้โดยสะดวกและรวดเร็ว ทุกฤดูกาล  รวมทั้งขยายเขตไฟฟ้า  ประปา  ตลอดจนสร้างประปาหมู่บ้าน  ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

-19-

 

                   7) ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้โทษ  โดยการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในชุมชน  สนับสนุนให้เยาวชนเล่นกีฬา  สร้างองค์ความรู้แก่ประชาชนด้านยาเสพติด  มีกิจกรรมให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด

2.2 ข้อมูลวิเคราะห์ศักยภาพ

1) ด้านเศรษฐกิจ

        ภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดนครนายกปี พ.ศ.2556 พิจารณาได้จากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP)  ณ ราคาประจำปี มีค่าเท่ากับ 24,455 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อหัว เท่ากับ 94,081 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งโครงสร้างเศรษฐกิจหลักของจังหวัด 3 อันดับแรก ได้แก่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ที่มา : สศช. สำนักงานสถิติจังหวัดนครนายก(ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม ๒๕๕๘)

อันดับที่ 1 สาขาเกษตรกรรมฯ ร้อยละ 31.9              
อันดับที่ 2 สาขาบริหารราชการฯ ร้อยละ 11.1  
อันดับที่ 3 สาขาขายปลีก ขายส่ง ร้อยละ 9.7 

สำหรับภาคเกษตร  ในปี 2556 สร้างมูลค่าเพิ่มจำนวน 8,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 เท่ากับ 636 ล้านบาท ส่วนภาคนอกเกษตรในปี 2556 สร้างมูลค่าเพิ่มจำนวน 16,177 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 เท่ากับ 1,069 ล้านบาท

 

 

 

 

 

 

 

หากพิจารณาภาพรวมภาวะเศรษฐกิจ ณ ราคาคงที่จะพบว่าเศรษฐกิจของจังหวัดนครนายกในปี พ.ศ.2556 ขยายตัวร้อยละ 3.3  ชะลอตัวจากที่ขยายตัวร้อยละ 6.3  ในปีก่อน เนื่องจากการผลิตภาคนอกเกษตรซึ่งมีสัดส่วน ร้อยละ 66.2 ขยายตัวร้อยละ 6.6 และการผลิตภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเช่นกัน

การผลิตภาคเกษตร ขยายตัวร้อยละ 7.7  ชะลอตัวจากร้อยละ 21.5 ในปีก่อนสาเหตุเนื่องมาจากนโยบายโครงการรับจำนำข้าวทำให้ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่น น้ำมัน พันธุ์พืช ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช เป็นต้น

การผลิตนอกภาคเกษตร ขยายตัวร้อยละ 6.6 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีการขยายตัวเพียงร้อยละ 4.6 สาเหตุมาจากภาครัฐได้มีนโยบายในการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนมากยิ่งขึ้น เช่น โครงการรถยนต์คันแรก ส่วนสาขาที่ชะลอตัวลงได้แก่สาขาการก่อสร้าง ชะลอตัวลงเหลือร้อยละ -12.6 จากร้อยละ 9.3 เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นและการปรับขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ

Text Box: ที่มา : สศช. สำนักงานสถิติจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม ๒๕๕๘

-20-

 

2) ด้านการเกษตร

ประชากรจังหวัดนครนายกเป็นครัวเรือนเกษตรกรรม จำนวน 21,559 ครัวเรือน หรือเท่ากับร้อยละ 23.75 ของครัวเรือนทั้งหมด (90,756 ครัวเรือน ณ ธันวาคม 2557) มีแนวโน้มลดลงจากปี พ.ศ. 2557 ที่จากเดิมมีครัวเรือนทำการเกษตรร้อยละ 28.75 ส่วนใหญ่มีอาชีพหลัก ได้แก่ การเกษตรกรรม การปศุสัตว์ และการประมง มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 656,318 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 49.50 ของพื้นที่จังหวัด โดยสรุปอาชีพที่สำคัญดังนี้

 

– การเกษตรกรรม

1. การปลูกข้าว  มีพื้นที่ทำนาทั้งหมด 401,618 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 30.28 ของพื้นที่จังหวัด แบ่งการเพาะปลูกออกเป็น ข้าวนาปีและข้าวนาปรัง โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี 401,618 ไร่ ผลผลิตข้าวนาปี 230,657 ตัน ผลผลิตข้าวนาปีเฉลี่ยคือ 577 กก./ไร่ และมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 176,246 ไร่ ผลผลิตข้าวนาปรัง 108,167 ตัน ผลผลิตข้าวนาปรังเฉลี่ย 614 กก./ไร่ (ที่ความชื้น 15%) โดยพื้นที่ปลูกข้าวของจังหวัดประสบปัญหาดินเปรี้ยวและให้ผลผลิตปานกลาง นอกจากนั้นพื้นที่ปลูกข้าวบางส่วนในทุกอำเภอเป็นพื้นที่ลุ่ม เกษตรกรต้องปลูกข้าวน้ำลึกหรือข้าวขึ้นน้ำ ผลผลิตข้าวยังมีคุณภาพต่ำ เนื่องจากเกษตรกรยังใช้พันธุ์ข้าวที่เป็นพันธุ์พื้นเมือง

2. การทำสวนไม้ผลไม้ยืนต้น มีพื้นที่ทำสวนไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 55,891 ไร่ ที่นิยมปลูกกันมากได้แก่ มะยงชิด-มะปรางหวาน กระท้อน กล้วย ขนุน ทุเรียน ลองกอง ไผ่เลี้ยง และมะนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะยงชิด - มะปรางหวานที่นับว่าเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครนายก และเนื่องจากการทำสวนไม้ผลในจังหวัดส่วนใหญ่เป็นแบบสวนผสมผสาน ทำให้มีผลผลิตจากผลไม้ชนิดต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี
                        3. การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ มีการเพาะปลูกทั้งในลักษณะของไม้ชำถุงชำกิ่ง ไม้กระถาง ไม้ตัดใบรวมถึงไม้ประดับขุดล้อม ส่วนมากจะอยู่ในเขตอำเภอองครักษ์ซึ่งมีการเพาะกล้าไม้จำหน่ายทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนกว่าพันชนิด จังหวัดนครนายกมีพื้นที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับประมาณ 5,418 ไร่ ถือได้ว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

4. การปลูกพืชผักและสมุนไพร มีการปลูกพืชผักและสมุนไพรประมาณ 3,116 ไร่ เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนและนำออกจำหน่ายภายในและจังหวัดข้างเคียง เช่น ตลาดปราจีนบุรี ตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง โดยปลูกกันมากในพื้นที่อำเภอเมือง บ้านนา องครักษ์ ปากพลี ตามลำดับ

                                                                        ที่มา: สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

                                                                        (ระบบฐานข้อมูลการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร)

 

– การปศุสัตว์

จังหวัดนครนายก เป็นแหล่งผลิตสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญหลายชนิดโดยเฉพาะสัตว์เล็กและสัตว์ปีก เช่น
สุกรขุน ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และเป็ดเนื้อ เนื่องจากมีเส้นทางการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว อยู่ใกล้แหล่งผลิตอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูป หรือแหล่งรับซื้อผลผลิต และมีผู้ประกอบการรายใหญ่อยู่ในพื้นที่หลายราย ผู้ประกอบการมีการพัฒนาและปรับปรุงระบบการป้องกันโรคระบาดสัตว์ การจัดการสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม การจัดการฟาร์มระบบมาตรฐานฟาร์ม

จำนวนปศุสัตว์ในพื้นที่จังหวัดนครนายก ปี 2555-2558

ชนิดสัตว์

จำนวนปศุสัตว์ ณ วันที่ (ตัว)

จำนวนผู้เลี้ยง (ราย)

1 ม.ค.2558

1 ม.ค.2555

1 ม.ค.2556

1 ม.ค.2557

1 ม.ค.2558

โคนม

155

117

93

70

1

โคเนื้อ

11,128

9,550

9,879

9,319

684

กระบือ

13,898

10,308

15,504

13,883

1,115

สุกร

103,492

52,949

94,538

95,543

171

เป็ดเนื้อ

314,885

233,200

295,939

307,267

203

เป็ดไข่

42,414

19,666

46,005

43,407

330

เป็ดเทศ

22,129

22,216

22,823

22,522

937

 

-21-

 

ชนิดสัตว์

จำนวนปศุสัตว์ ณ วันที่ (ตัว)

จำนวนผู้เลี้ยง (ราย)

1 ม.ค.2558

1 ม.ค.2555

1 ม.ค.2556

1 ม.ค.2557

1 ม.ค.2558

ไก่เนื้อ

2,036,481

2,351,216

1,911,640

1,884,540

69

ไก่ไข่

4,574,953

4,683,622

4,529,722

4,560,026

106

ไก่พื้นเมือง

119,880

285,072

122,205

125,025

10,230

ห่าน

782

767

871

895

170

นกกระจอกเทศ

2

-

5

5

1

 

ที่มา : สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2558

 

จำนวนครัวเรือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

ที่

อำเภอ

จำนวนครัวเรือน

เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์

1

อ.เมืองนครนายก

30,034

4,875

2

อ.ปากพลี

7,714

2,426

3

อ.บ้านนา

21,729

4,949

4

อ.องครักษ์

19,663

1,814

 

รวม 4 อำเภอ

79,140

14,064

 

ที่มา : สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2558

 

จำนวนสัตว์ที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ

ที่

อำเภอ

 

ชนิดสัตว์(ตัว)

โคเนื้อ

กระบือ

สุกร

ไก่พื้นเมือง

ไก่เนื้อ

ไก่ไข่

เป็ดเนื้อ

1

อ.เมืองนครนายก

2,049

4,755

1,920

15,379

314,640

5,328

42,153

2

อ.ปากพลี

1,379

1,425

4,307

34,438

159,900

3,334

56,000

3

อ.บ้านนา

1,349

7,206

84,499

60,944

1,166,000

4,408,240

79,000

4

อ.องครักษ์

4,542

497

4,817

14,264

244,000

113,124

130,086

 

รวม 4 อำเภอ

9,319

13,883

95,543

125,025

1,884,540

4,530,022

307,267

ที่มา : สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2558

 

มูลค่าการผลิตด้านปศุสัตว์

การผลิต

ชนิดสัตว์

โคเนื้อ(ตัว)

กระบือ(ตัว)

สุกร(ตัว)

ไก่พื้นเมือง(ตัว)

ไก่เนื้อ(ตัว)

ไข่ไก่(ฟอง)

เป็ดเนื้อ(ตัว)

ปริมาณ

การผลิต

ต่อปี

9,319

13,883

94,543

125,025

1,884,540

1,474,003,200

295,939

ราคาต่อ(บาท/ตัว/หน่วย)

33,425

35,000

6,075

150

70.65

2.80

192.15

มูลค่าการผลิต

330,205,575

542,640,000

574,318,350

18,330,750

135,057,366

14,856,780.40

56,864,678.85

รวมมูลค่าการผลิต  1,672,273,500.25บาท

 

ที่มา : สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2558

 

-22-

 

– ด้านการประมง

                       พื้นที่การประมงของจังหวัดมี 31,711.61 ไร่ สัตว์น้ำที่เกษตรของจังหวัดนครนายกนิยมเลี้ยง ได้แก่ ปลาน้ำจืด ปลายี่สก ปลานิล ปลาตะเพียน และปลาดุกบิ๊กอุย กุ้งขาวแวนนาไม และการอนุบาลลูกปลาดุก จำนวนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 3,747 ราย แยกเป็นกุ้งทะเล 656 ราย ปลาน้ำจืด 2,906 ราย การอนุบาลลูกปลาดุก จำนวน 185 ราย กำลังการผลิตกุ้งทะเล 3,350,322 กิโลกรัม ปลาน้ำจืด 17,648,098 กิโลกรัม และอนุบาลลูกปลาดุก 1,534,648,700 ตัว คิดเป็นมูลค่ากุ้งทะเล 369 ล้านบาท ปลาน้ำจืด 441.2 ล้านบาท และอนุบาลลูกปลาดุก 614 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,423.8 ล้านบาท

 

ตารางแสดงจำนวนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและมูลค่าด้านการประมงแยกรายอำเภอ

 

อำเภอ

จำนวน (ราย)

จำนวน (ฟาร์ม)

มูลค่า(ล้านบาท)

เมืองนครนายก

1,508

1,557

772

บ้านนา

274

283

88

องครักษ์

1,497

1,557

451.3

ปากพลี

468

472

112.5

 

 

ที่มา : สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2558

 

ตารางแสดงจำนวนเนื้อที่ กำลังการผลิตแยกแต่ละชนิดสัตว์น้ำที่สำคัญ

 

ชนิดสัตว์น้ำที่สำคัญ

จำนวน(ราย)

จำนวน (ฟาร์ม)

เนื้อที่ (ไร่)

กำลังการผลิต (กก.)

ปลาน้ำจืด

2,906

3,000

25,867.71

17,648,098

กุ้งทะเล

656

679

5,843.9

3,350,322

อนุบาลลูกปลาดุก

185

192

-

1,534,648,700

รวม

3,747

3,871

31,711.61

20,998,420

ที่มา : สำนักงานประมงจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2558

 

ตารางแสดงจำนวนชนิดสัตว์น้ำที่สำคัญแยกรายอำเภอ

ชนิดสัตว์น้ำ

กุ้งทะเล

ปลาน้ำจืด

อนุบาลลูกปลาดุก

 

อำเภอ

ราย

ฟาร์ม

กำลังผลิต

มูลค่า

ราย

ฟาร์ม

กำลังผลิต

มูลค่า

ราย

ฟาร์ม

กำลังผลิต

มูลค่า

เมืองนครนายก

194

196

665,609

73.2

1,148

1,188

3,953,920

88.0

1

1

700

-

บ้านนา

-

-

-

-

273

282

3,519,120

98.8

166

173

1,499,748,000

600

องครักษ์

452

473

2,596,953

285.7

1,045

1,188

3,953,120

6.62

-

-

-

-

ปากพลี

10

10

87,760

9.7

1,148

1,188

3,953,120

98.8

166

173

1,499,748,000

600

รวม

656

679

3,356,322

369

2,906

3,000

17648,098

441.2

185

192

1,534,648,700

614

 

3) ด้านอุตสาหกรรม

             จังหวัดนครนายก ณ เดือนกันยายน 2558 มีโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน จำนวน 317 โรงงาน เงินลงทุนรวม 9,514,890,671 บาท มีการจ้างงาน 12,930 คน โดยแยกเป็นชาย 7,862 คน หญิง 5,068 คน กำลังเครื่องจักรรวมทั้งสิ้น 144,516.99 แรงม้า โดยแยกตามอำเภอ ได้แก่

-23-

 

อำเภอ

จำนวนโรงงาน (ราย)

เงินลงทุน (บาท)

การจ้างงาน (คน)

เมืองนครนายก

130

3,807,428,780

2,888

ปากพลี

19

213,777,800

894

บ้านนา

95

1,759,149,986

2,888

องครักษ์

73

3,734,534,105

6,260

รวม

317

9,514,890,671

12,930

 

ที่มา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือน ตุลาคม 2558

         

            ที่มา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

 

        จากกราฟ โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดนครนายกส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งอำเภอเมืองนครนายกมีโรงงานมากที่สุด มีจำนวน 131 โรงงาน อาทิ

          1. บริษัท ทิมฟู้ด จำกัด ประกอบกิจการ ผลิตผัก ผลไม้ แช่แข็ง และผัก ผลไม้สุก เงินลงทุน 615,725,734 บาท ส่งออกต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น

2. บริษัท กันกุล ชูบุ พาวเวอร์ เจน จำกัด ประกอบกิจการ ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เงินลงทุน 750,000,000 บาท

          3. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชล) ประกอบกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ เงินลงทุน 363,030,420 บาท

          4. บริษัท บีดี สตอรว์ จำกัด ประกอบกิจการผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น หลอดกาแฟ ส่งออกภายในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เงินลงทุน 233,000,000 บาท

                  และยังมีโรงงานขนาดเล็ก และอุตสาหกรรมเพื่อการบริการ เช่น โรงทำน้ำแข็ง อู่ซ่อมรถยนต์ เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชน ระบบสาธารณูปโภค และการคมนาคมสะดวก อันดับสองรองลงมาคืออำเภอบ้านนา มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง เช่น โรงงานปั่นด้ายและทอผ้า เป็นต้น

         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

-24-

 

          จากกราฟแสดงให้เห็นว่า โรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอองครักษ์ มีเงินลงทุนสูงสุดของโรงงานในจังหวัดนครนายก เงินลงทุนรวม 3,734,534,105 บาท โดยมีโรงงานที่มีเงินลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท อาทิ

          1. บริษัท โกลเด้น ฟู้ดส์ สยาม จำกัด ประกอบกิจการฆ่าและชำแหละไก่ และผลิตอาหารสำเร็จรูป เงินลงทุนรวม 1,624,086,535 บาท ผลิตและส่งออกต่างประเทศในกลุ่มอาเซียนและยุโรป เช่น ประเทศอังกฤษ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลน์ และ สิงค์โปร์ และได้มีการขยายโรงงานอย่างต่อเนื่อง

          2. บริษัท ไทยซัมมิท โกลด์เพรส จำกัด สาขา 1 ประกอบกิจการผลิตส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ของยานยนต์ และประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นโรงงานในเครือไทยซัมมิท เงินลงทุนรวม 819,776,000 บาท โดยผลิตและประกอบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ และผลิตชิ้นส่วนบางประเภทของรถไถ ยี่ห้อคูโบต้า เป็นต้น

          3. บริษัท ฮายากาว่า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการผลิตชุดประกอบสายไฟสำเร็จรูป เงินลงทุน 143,500,000 บาท

         

 

                จาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กราฟ แสดงให้เห็นว่า จำนวนการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก  ในปี ๒๕๕8 มีจำนวน 12,930  คน  จำแนกเป็นแรงงานหญิง  5,068 คน  และแรงงานชาย 7,862 คน อำเภอองครักษ์มีจำนวนแรงงานสูงสุด รวม 6,260 คน รองลงมาเป็นอำเภอเมือง มีแรงงานรวม 2,888 คน อำเภอบ้านนา แรงงานรวม 2,888 คน อำเภอปากพลี ตามลำดับ

 

ตารางแสดงโรงงานอุตสาหกรรมตามหมวดอุตสาหกรรม 21 หมวด ปี 2558

หมวดอุตสาหกรรม

จำนวนโรงงาน (ราย)

เงินลงทุน

(บาท)

การจ้างงาน

(คน)

อุตสาหกรรมการเกษตร

27

777,390,900

398

อุตสาหกรรมอาหาร

62

4,401,926,616

5,895

อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

3

23,200,000

128

อุตสาหกรรมสิ่งทอ

4

83,650,000

325

อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย

2

98,370,000

191

อุตสาหกรรมเครื่องหนัง

1

5,971,000

60

อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้

48

296,081,000

843

อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือน

2

4,700,000

123

อุตสาหกรรมกระดาษและผลิตภัณฑ์จากกระดาษ

0

0

0

อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์

0

0

0

อุตสาหกรรมเคมี

18

268,050,000

531

 

-25-

 

หมวดอุตสาหกรรม

จำนวนโรงงาน (ราย)

เงินลงทุน

(บาท)

การจ้างงาน

(คน)

อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและผลิตภัณฑ์

3

95,000,000

18

อุตสาหกรรมยาง

1

5,900,000

21

อุตสาหกรรมพลาสติก

17

732,049,649

1,283

อุตสาหกรรมอโลหะ

28

184,529,400

584

อุตสาหกรรมโลหะ

11

22,285,000

77

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ

17

138,367,600

140

อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล

7

862,873,200

1,310

อุตสาหกรรมไฟฟ้า

3

147,720,000

256

อุตสาหกรรมขนส่ง

39

949,445,160

245

อุตสาหกรรมอื่น ๆ

24

949,445,160

245

รวม

317

9,514,890,671

12,930

 

ที่มา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

 

          จากตารางแสดงโรงงานอุตสาหกรรมตามหมวดอุตสาหกรรม 21 หมวด ในปี 2558 อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

          1. อุตสาหกรรมอาหาร เช่น ฆ่าและชำแหละเนื้อไก่  ผลิตอาหารสำเร็จรูปจากเนื้อสัตว์  การแปรรูปไข่ ล้าง คัดขนาดไข่ และโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปจากผัก ผลไม้สุก แช่แข็ง มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 62 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 19.63 ของโรงงานทั้งหมด เงินลงทุน 4,410,926,616 บาท คิดเป็นร้อยละ 46.56 ของเงินลงทุนทั้งหมด การจ้างงานรวม 5,895 คน คิดเป็นร้อยละ 46.31 ของจำนวนการจ้างงานทั้งหมด

          2. อุตสาหกรรมขนส่ง เช่น โรงงานประกอบกิจการซ่อมรถยนต์ ซ่อมหม้อน้ำรถยนต์ มีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 39โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 8.10 ของโรงงานทั้งหมด เงินลงทุน 949,445,160 บาท การจ้างงาน รวม 245 คน

3. อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลมีจำนวนโรงงานทั้งสิ้น 7 โรงงาน เงินลงทุน 862,873,200 บาท การจ้างงานรวม 1,310 คน  

 

          ปัญหา

อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของจังหวัดนครนายก เป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ธุรกิจครอบครัว และเป็นการรับจ้างการผลิตทำให้ปริมาณความต้องการขึ้นอยู่กับลูกค้าเป็นสำคัญ ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ย ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาอุทกภัยทำให้ภาคการผลิตเกิดการชะลอตัว เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบและคำสั่งซื้อต่าง ๆ หยุดชะงักอีกทั้งจังหวัดนครนายกมีนโยบายสนับสนุนให้เป็นจังหวัดท่องเที่ยว ดังนั้นจังหวัดนครนายกจึงพยายามคัดสรรโรงงานที่มีเทคโนโลยีสะอาดไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมทั้งอยู่ในเขตส่งเสริมการลงทุนที่ 2 ของ BOI เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการนิยมไปลงทุนในจังหวัดที่เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนที่ 3 เช่น จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดสระแก้ว

          อีกทั้ง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครนายก พ.ศ.2555 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 129 ตอนที่ 81 ก วันที่ 24 สิงหาคม 2555 ซึ่งเป็นผลทำให้การลงทุนในจังหวัดนครนายกชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะ

          ภาครัฐควรเร่งให้มีระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่สามารถรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ ไฟฟ้า ประปา และโทรศัพท์ รวมทั้งระบบขนส่งที่ได้มาตรฐานและกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการส่งเสริมการลงทุนแก่ผู้ประกอบการ การใช้จ่ายเงินของภาครัฐ การกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการบริการของประชาชน รวมถึงการแก้ไขกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครนายกให้เอื้อต่อการลงทุนซึ่งไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในจังหวัดนครนายก

-26-

 

– การพาณิชยกรรม

                      สินค้านำเข้า  นำเข้าจากต่างจังหวัด  เช่น  สินค้าอุปโภคบริโภค  สินค้าอุตสาหกรรม

สินค้าอุตสาหกรรม เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็คทรอนิกส์ ยานพาหนะ เคมีภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆโดยผู้ประกอบการจะสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายหรือพนักงานขายของบริษัทเพื่อนำมาจำหน่ายให้ผู้ซื้อในจังหวัด

สินค้าเกษตร  ผัก ผลไม้ ผู้ค้าส่งไปรับซื้อจากตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดมหาชัย ตลาดแม่กลอง มาส่งให้กับผู้ค้าปลีกในตลาดสดเพื่อจำหน่ายผู้บริโภคต่อไป

สินค้าประมง  เช่น อาหารทะเล ผู้ค้าส่งไปรับซื้อจากตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดมหาชัย     ตลาดแม่กลอง  มาส่งให้กับผู้ค้าปลีกในตลาดสดเพื่อจำหน่ายผู้บริโภค

สินค้าส่งออก  ส่วนใหญ่เป็นผลิตผลทางการเกษตร 

   ข้าวสาร  ข้าวนึ่ง  ผู้ประกอบการโรงสี  สีแปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร ข้าวนึ่ง ส่งให้กับ  ผู้ส่งออกที่โกดัง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดฉะเชิงเทรา กรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้ส่งออก ส่งให้กับประเทศ  คู่ค้าในต่างประเทศต่อไป

   ผลไม้  พืชผัก  เกษตรกรจะจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางรวบรวมส่งตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท และเกษตรกรบางรายจะจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรงที่สวน ตลาดประจำจังหวัด อำเภอ แผงจำหน่ายบริเวณแหล่งท่องเที่ยวและตลาดนัด

   ไม้ดอก ไม้ประดับ  เกษตรกรจะผลิตและจำหน่าย  ณ ตลาดไม้ดอกไม้ประดับคลอง 15 โดยมีคู่ค้าจากต่างจังหวัดเข้ามาซื้อผลผลิตเพื่อนำไปจำหน่ายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร บางบัวทอง และจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

สินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครนายก

    มะยงชิด – มะปรางหวาน เป็นผลไม้ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครนายก เกษตรกรมีการรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตและจำหน่าย มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รสชาติดี ผลใหญ่

สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน

ผลิตภัณฑ์จากไม้ เช่น ไม้มะม่วง ไม้ไผ่ ไม่ยางพารา นำมาผลิต แปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ แจกัน โคมไฟ เป็นต้น ซึ่งผู้ผลิตมีช่องทางการจำหน่ายโดยจำหน่ายเอง ณ แหล่งผลิต จำหน่ายบริเวณแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดการผลิตและจำหน่ายตามคำสั่งซื้อ (Order) ของลูกค้า และการเข้าร่วมงานแสดง   และจำหน่ายสินค้าที่ภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น  สำหรับผู้ประกอบการบางรายที่มีศักยภาพสามารถทำการค้า   กับต่างประเทศ โดยส่งออกโดยตรงไปยังคู่ค้าในต่างประเทศ และร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ที่กระทรวงพาณิชย์ให้การสนับสนุน

ผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่น ผู้ผลิตมีช่องทางการจำหน่ายโดยจำหน่ายเอง ณ แหล่งผลิตจำหน่ายบริเวณแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด การผลิตและจำหน่ายตามคำสั่งซื้อ (Order) ของลูกค้าและการเข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น 

ศูนย์ประสานงานและบริการข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Information Center : AIC)

                                 จังหวัดนครนายก จัดตั้งศูนย์ประสานงานและบริการข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือศูนย์ AEC ณ ที่ทำการสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครนายก เพื่อสร้างความตื่นตัว กระจายข้อมูล และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับ AEC ทำหน้าที่ในฐานะเป็นศูนย์กลางของกระทรวงพาณิชย์ในแต่ละจังหวัด ในการประสานงานและเผยแพร่ข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวกับ AEC อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นในระดับจังหวัด  เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าร่วม AEC ในปี 2558

 

 

 

 

-27-

 

4) ด้านการท่องเที่ยว

- แหล่งท่องเที่ยว เทศกาลงานประเพณี และกิจกรรมทางการท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายก ที่สำคัญมีดังนี้

 

อำเภอ

แหล่งท่องเที่ยว

เทศกาลงานประเพณี/กิจกรรม

ธรรมชาติ

มนุษย์สร้างขึ้น

วัฒนธรรม-ประวัติศาสตร์

เมือง

นครนายก

1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

-น้ำตกเหวนรก

-น้ำตกกองแก้ว

-น้ำตกเหวสุวัตร

-น้ำตกเหวไทร

-น้ำตกผากล้วยไม้

2. น้ำตกสาริกา

3. น้ำตกนางรอง

4. น้ำตกลานรักหรือน้ำตกตาดหินกอง

5. อุทยานวังตระไคร้

1. เขื่อนขุนด่าน

    ปราการชล

2. ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

3. โรงเรียนนายร้อย จปร.

4. อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ

5. อ่างเก็บน้ำทรายทอง

6. อุทยานพระพิฆเณศ

7. พุทธสถานจีเต็กลิ้ม

8. พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ สวนพุทธชยันตี 2600 ปี

1. ศาลหลักเมือง

2. วัดอุดมธานี

(พระอารามหลวง)

3. วัดพราหมณี

(พระอารามหลวง)

-หลวงพ่อปากแดง

-อนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่น

4. ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน

5. ศาลเจ้าพ่อปลัดจ่าง

6. วัดใหญ่ทักขิณาราม

(วัดลาว)

7. วัดบุญนาครักขิตาราม

(วัดต่ำ)

-หลวงพ่อเศียรนคร

8. วัดเกาะทอง

-หลวงพ่อสมหวัง

9. วัดเขานางบวช

-รอยพระพุทธบาทจำลอง

10. วัดคีรีวัน

- พระแก้วมรกตองค์จำลองใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

11. วัดถ้ำสาริกา

-สถานที่บำเพ็ญ

ศาสนธรรมของ

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

12. วัดสันตยาราม

-พระมหาธาตุเจดีย์

(สันตยาศรีนครนายก)

13. วัดพระพุทธฉาย

(วัดเขาชะโงก)

14. วัดโบสถ์การ้อง

15. วัดท่าช้าง

(วัดท่าคเชนทร์)

1. ประเพณีสู่ขวัญข้าว

 

- ประเพณีท้องถิ่น

ตำบลเขาพระ

2. ล่องแก่งในลำน้ำนครนายก

 

3. กิจกรรมผจญภัย

เขาหล่น

4. กิจกรรมเดินป่า

ท่องไพรศึกษาธรรมชาติ

5. กิจกรรมจักรยานท่องเที่ยว

7. กิจกรรมผจญภัย

-ขับรถ ATV

-ยิงปืน Paint Ball/

BB Gun

-ผจญภัย โรงเรียน

นายร้อย จปร.

(เขตทหารน่าเที่ยว)

8. กิจกรรมดูนก

9. กิจกรรมนั่งรถชมทัศนียภาพเขื่อนขุนด่านปราการชล

10. ศูนย์การท่องเที่ยวเรียนรู้บ้านหุบเมย

11. กิจกรรมเรียนรู้

เกษตรพอเพียง

สวนศรียา (สวนลุงไสว)

12. กิจกรรมชมสวน

ส้มโอ (พื้นที่ตำบลหินตั้งและตำบลสาริกา)

13. กิจกรรมชมสวน

ทุเรียนโบราณ

(สวนละอองฟ้า)

 

- ๒8 –

 

อำเภอ

แหล่งท่องเที่ยว

เทศกาลงานประเพณี/กิจกรรม

ธรรมชาติ

มนุษย์สร้างขึ้น

วัฒนธรรม/ประวัติศาสตร์

 

 

 

16. วัดท่าซุง

-หอกลอง-หอระฆัง

สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง

17. วัดโพธิ์ไทร

18. วัดโพธิ์งาม

19. วัดบุหย่อง

20. วัดธรรมปัญญา

-พระหลวงพ่อเสาร์ 5

21. วัดเขาแดง

-หลวงพ่อใหญ่

22. วัดเขาทุเรียน

-อุโบสถ วิหาร ศาลา และ

ศาสนสถานที่ทาสีชมพู

-แหล่งประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

23. วัดวังตูม

-พิพิธภัณฑ์พระเครื่องเมืองไทย

24. วัดเจดีย์ทอง

25. วัดมณีวงศ์

26. วัดหนองโพธิ์

27. วัดวังยายฉิม

28. วัดท่าข่อย

29. วัดศรีนาวา

30. วัดพรหมมหาจุฬามนีพรหมรังษี (วัดชวดบัว)

31. วัดดง

-หลวงพ่อสามพี่น้องศักดิ์สิทธิ์

32. เมืองโบราณดงละคร32. อาคารพิพิธภัณฑ์

รร.จปร.  100 ปี

14. กิจกรรมชมสวนดอกดาหลา

15. กิจกรรมชมสวนมะยงชิด-มะปรางหวาน

บ้านนา

1. น้ำตกกะอาง

1. โรงเตรียมทหาร

- พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง

(ยุทโธปกรณ์)

1. วัดศรีกะอาง(พระสัมพุทธสากยมุณีโลกนาถ พระพุทธชินราชจำลององค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

2. วัดทองย้อย

-พระพุทธบาทสี่รอยอายุ 120 ปี

3. วัดอัมพวัน

1. กิจกรรมผจญภัยและทดสอบกำลังใจ

โรงเรียนเตรียมทหาร

2. พิธีรำผีมอญ

-พิธีกรรมสำคัญของ

ชาวมอญ เฉพาะในเขตตำบลบ้านนา

 

-29-

 

อำเภอ

แหล่งท่องเที่ยว

เทศกาลงานประเพณี/กิจกรรม

ธรรมชาติ

มนุษย์สร้างขึ้น

วัฒนธรรม/ประวัติศาสตร์

บ้านนา

 

 

4. วัดเขาเพิ่มศรีสว่าง

5. วัดบุหัวแหวน

6. วัดทองย้อย

7. วัดเขาคอก

8. วัดช้าง-พระกริ่งวัดช้าง

9. วัดกระดาน

10. วัดดอนเปร็ง

-พระพุทธพิทักษไทยทศทิศ

 

3. ศูนย์เรียนรู้ชุมชน

บ้านทุ่งกระโปรง

หมู่  12 ตำบลป่าขะ

-แหล่งเรียนรู้ชุมชน

ต้นแบบเศรษฐกิจ

พอเพียงและหมู่บ้าน

เกษตรผักปลอดสารพิษ

ปากพลี

1. น้ำตกวังม่วง

1. อ่างเก็บน้ำวังบอน

2. อ่างเก็บน้ำคลอง

สีเสียด

3. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้า

ไทยพวน

1. วัดฝั่งคลอง

2. วัดป่าศรีถาวรนิมิต

-สถานที่สำหรับผู้สนใจปฏิบัติธรรม

3. วัดโพธิ์ปากพลี

4. วัดปทุมวงษาวาส(วัดบ้านใหม่)

5. วัดลำบัวลอย

6. วัดขุมข้าว

1. กิจกรรมเรียนรู้วิถี

ชุมชนบ้านบุ่งเข้

ตำบลหนองแสง

(บุ่งเข้โฮมสเตย์)

2. ประเพณีสงกรานต์

วัดฝั่งคลอง

3. งานลอยกระทง

วัดฝั่งคลอง

องครักษ์

 

1. แหล่งเพาะพันธุ์พืชและจำหน่ายไม้ดอก

ไม้ประดับ คลอง 15

 

1. ศาลเจ้าพ่อองครักษ์

2. วัดประสิทธิเวช

3. วัดโพธิ์แทน

4. มัสยิดฮากีมุดดิน

5. โบสถ์คริสวัดพระผู้ไถ่เสาวภา

1. ประเพณีสารทไทย

และแข่งเรือยาวประเพณีบริเวณหน้าวัดทวีพูลรังสรรค์

2. งานมหกรรมไม้ดอกไม้

ประดับคลอง 15

3. กิจกรรมเรียนรู้วิถี

ชุมชนหมู่บ้านไม้ดอก

ไม้ประดับ คลอง 15

 

- สนามกอล์ฟ ของจังหวัดนครนายก ดังนี้

1. สนามกอล์ฟรอยัลฮิลล์

2. สนามกอล์ฟโรงเรียนนายร้อย จปร.

3. สนามกอล์ฟวอเตอร์มิลล์

4. สนามกอล์ฟไพร์มซิตี้

5. สนามกอล์ฟอาทิตยา รอยัล คันทรี คลับ

6. สนามกอล์ฟคาสคาตา

 

จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-พ.ศ. 2558                หน่วย : คน

ปี 2553

ปี 2554

ปี 2555

ปี 2556

ปี 2557

ปี 2558

เพิ่มขึ้น (คน)

1,150,520

1,434.190

2,170,260

2,371,784

2,438,502

2,510,000

71,498

 

 

 

 

-30-

 

จำนวนร้อยละของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น                       หน่วย : คน

ปี 2554

ปี 2555

%

ปี 2556

%

ปี 2557

%

1,434,190

2,170,260

+ 51.32

2,371,784

+ 9.29

2,438,502

+ 2.81

 

          จำนวนนักท่องเที่ยวและนักทัศนาจรปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ร้อยละ 2.81

จำนวนรายได้จากการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-พ.ศ. 2558             หน่วย : ล้านบาท

ปี 2553

ปี 2554

ปี 2555

ปี 2556

ปี 2557

ปี 2558

รายได้เพิ่ม(ล้านบาท)

2,080.40

2,901.90

3,899.40

4,839.10

5,034.10

6,210.00

1175.9

 

 

รายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น           หน่วย : ล้านบาท

ปี 2554

ปี 2555

%

ปี 2556

%

ปี 2557

%

2,901.90

3,899.40

34.37

4,839.10

+ 24.10

5,034.10

+ 4.03

 

 

รายได้จากการท่องเที่ยวปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ร้อยละ 4.03

          จำนวนนักท่องเที่ยวและนักทัศนาจรปี 2557 เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ร้อยละ 2.81

– ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวัน

                     ปี 2557 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันของนักท่องเที่ยว คนละ 1,349 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 คิดเป็นร้อยละ 2.42 และในปี 2558 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันของนักท่องเที่ยว คนละ 1,4169 บาท โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.96

– วันพักเฉลี่ย

                     ปี 2557 นักท่องเที่ยวมีวันพักเฉลี่ย 1.87 วัน จำแนกเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 1.92 วัน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2.33 วัน

 

ปี พ.ศ.

นักท่องเที่ยวชาวไทย(คน)

นักท่องเที่ยวต่างชาติ(คน)

รวม(คน)

เพิ่มขึ้น (คน)

2553

1,141,065

9,455

1,150,520

-

2554

1,426,577

7,613

1,434,190

283,670

2555

2,146,726

23,534

2,170,260

736,070

2556

2,347,548

24,236

2,371,784

201,524

2557

2,414,166

24,336

2,438,502

66,718

 

อ้างอิงข้อมูลจาก กรมการท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

 

– ที่พักแรม

ที่พักแรมในจังหวัดนครนายกเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา  ปัจจุบันที่พักแรมในจังหวัดนครนายก  ประกอบด้วย โรงแรม รีสอร์ท และที่พักแบบโฮมสเตย์  มีมากกว่า 100 แห่ง  สามารถรองรับผู้เข้าพักแรมตลอดทั้งปีมากกว่า  800,000 คน  โดยความหนาแน่นอยู่ในเส้นทางที่ไปยังแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด  โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองนครนายก

          ที่พักแรมที่สามารถรองรับผู้เข้าพักแรม และจัดการประชุมแต่ละแห่งรวมกันครั้งหนึ่งได้มากกว่า 1,000  คน  เช่น

- โรงแรมรอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์สปา

- ภูเขางามรีสอร์ท แอนด์พาโนรามา

- ชลพฤกษ์รีสอร์ท

- วังรีรีสอร์ท 

                   - สีดารีสอร์ท

                   - อิงธารรีสอร์ท

 

-31-

 

5) ด้านทรัพยากรธรรมชาติ

  (1) ทรัพยากรดิน

                         การใช้ประโยชน์ที่ดินจังหวัดนครนายกมีพื้นที่ 1,326,250 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 656,318 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 49.50 รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าไม้ ๔๒๑,๑๘๑ ไร่ ร้อยละ 31.76 และที่อยู่อาศัย ร้อยละ 7.23 ตามลำดับ และพื้นที่ชุมชน 95,897 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 7.23 จังหวัดนครนายกได้มีการวางผังเมืองรวมจังหวัดเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาในภาพรวมครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดตามความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นที่ไว้แล้ว

 (2) ทรัพยากรป่าไม้

     จังหวัดนครนายก มีพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมายทั้งหมด 421,181 ไร่ หรือ 673.89   ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 31.76 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด (1,326,250 ไร่ หรือ 2,122 ตารางกิโลเมตร) ข้อมูลพื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้ เมื่อปี พ.ศ.2543 (ข้อมูลล่าสุดที่ได้มีการสำรวจและแปลจากภาพถ่ายมาตราส่วน 1:50,000) คงเหลือพื้นที่ป่าจำนวน 410,652.5 ไร่ หรือ 657.044 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 30.96 ของพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด ซึ่งถูกบุกรุกไปจำนวน 10,579.5 ไร่ หรือ 16.847 ตารางกิโลเมตร เฉลี่ยปีละประมาณ 1,000 ไร่ ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวร และในพื้นที่ที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ใช้ประโยชน์ในราชการทหาร

    เนื่องจากจังหวัดนครนายกเป็นจังหวัดที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยพึ่งพาอาศัยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำตก ภูเขา และป่าไม้ โดยมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นศูนย์กลาง ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ ป่าไม้ยังคงมีอยู่ พื้นที่ป่าไม้ในพื้นที่ตะเข็บรอยต่อของแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นอกจากนี้มีปัญหาเรื่องการลักลอบเข้าไปเก็บหาของป่า เช่น ไม้กฤษณา กล้วยไม้ เป็นต้น แต่ไม่รุนแรงมากนัก

    ส่วนพื้นที่ป่าไม้ ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มีปัญหาในการเข้าไปครอบครองทำประโยชน์แทบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะป่าไม้ถาวรเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามมติ ค.ร.ม. กำหนดให้เป็นพื้นที่ป่าไม้ของชาติ เหตุผลสำคัญก็เนื่องจากแนวเขตที่กำหนดไว้ไม่ชัดเจน ไม่มีรั้วหรือหลักเขต ประชาชนทั่วไปไม่สามารถรู้ได้ว่าแนวเขตดังกล่าวเริ่มต้นที่ไหน อย่างไร และสาเหตุมาจากความต้องการที่ดินทำกินของประชาชนโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นพื้นที่ป่า (ไม่มีเอกสารสิทธิ์)

    สำหรับพื้นที่ป่าไม้ในเขตที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ใช้ประโยชน์ในราชการทหารนั้นมีการบุกรุก ครอบครองเข้าไปทำประโยชน์มาก ไม่เฉพาะแต่พื้นที่ราบเท่านั้น ยังมีการบุกรุกเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่บริเวณที่ลาดเขา และเขาสูง สาเหตุประการสำคัญเนื่องจากขาดการดูแลรักษาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

    พื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดนครนายก มีทั้งพื้นที่ป่าที่เป็นผืนใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และพื้นที่ป่าตามภูเขาที่มีความลาดชันค่อนข้างสูง ดังนี้

    -  ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จำนวน 340,574 ไร่ หรือ 544.92 ตร.กม.

    -  ป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2508 และวันที่  28 ธันวาคม 2536 จำนวน  17,710  ไร่ หรือ 28.336 ตร.กม.

    -  ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช  2484 (พื้นที่ป่าตามภูเขาที่มีความลาดชันค่อนข้างสูง)  จำนวน 10,976  ไร่ หรือ 17.562 ตร.กม.

    - ป่าบริเวณเขาชะโงก ในราชการกระทรวงกลาโหม จำนวน 51,921 ไร่ หรือ 83.074 ตร.กม.

หมายเหตุ  ได้เพิกถอนพื้นที่ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่บางส่วนเพื่อทำโครงการเขื่อนคลองท่าด่าน  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครนายก ประมาณ  1,925-1-73 ไร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ปลูกป่าเพิ่มเติม ดังนี้

 

ประเภทพื้นที่

จำนวนพื้นที่ (ไร่/ตร.กม.)

1. พื้นที่ปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ฯ (พ.ศ.2539-2545)

2. พื้นที่ปลูกป่าตามโครงการส่งเสริมปลูกไม้เศรษฐกิจ (พ.ศ.2537-2542)

3. พื้นที่ปลูกป่าตามโครงการพัฒนาป่าชุมชน  (พ.ศ.2531-2542)

74 ไร่ /0.118 ตร.กม.

1,662 ไร่ / 2.659 ตร.กม.

2,351 ไร่ / 3.762 ตร.กม.

 

ที่มา : สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

-32-

 

(3) ทรัพยากรสัตว์ป่า

    สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  ที่มีอาณาเขตครอบคลุม 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด  ได้แก่  อำเภอมวกเหล็ก  อำเภอแก่งคอย  จังหวัดสระบุรี  อำเภอปากช่อง  อำเภอวังน้ำเขียว  จังหวัดนครราชสีมา  อำเภอนาดี  อำเภอกบินทร์บุรี  อำเภอประจันตคาม  อำเภอเมือง  จังหวัดปราจีนบุรี  และอำเภอปากพลี  อำเภอบ้านนา  อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก  ได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน  เป็นป่าผืนใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก  ในส่วนหนึ่งของดงพญาไฟ  หรือดงพญาเย็นในอดีต  ประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย  เช่น  แม่น้ำนครนายก  และแม่น้ำมูล   อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด  เช่น  ช้างป่า  กวางป่า  เก้ง  กระทิง  เสือ  ตลอดจนมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงาม อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก  โดยอาจจะเห็นโขลงช้างออกหากินริมถนน  บริเวณตั้งแต่ที่ชมวิวกิโลเมตรที่ 30  จนถึง  ปากทางเข้าหนองผักชี  ตลอดจนโป่งต้นไทร  เป็นต้น  จากการศึกษาตามโครงการการอนุรักษ์ช้างป่า และการจัดการพื้นที่ป้องกัน  (ELEPHANT CONSERVATION AND PROTECTED AREA MANAGMENT) โดย  MR. ROBERT J. DOBIAS  ภายใต้ความร่วมมือของ WWF และ IUCN ในปี พ.ศ.2527-2528 พบว่า มีช้างจำนวนประมาณ 250 เชือก

    สัตว์ป่าที่สามารถพบได้บ่อยๆ ได้แก่ เก้ง กวาง  ตามทุ่งหญ้าทั่วๆ ไป นอกจากนี้ยังพบ เสือโคร่ง กระทิง เลียงผา หมี เม่น ชะนี พญากระรอก หมาไม้ ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า บ่าง หมีขอ นกชนิดต่างๆ ที่สำรวจพบอาศัยอยู่บริเวณป่าเขาใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งหาอาหารและที่อาศัยอย่างถาวร นกที่น่าสนใจและพบเห็นได้บ่อย ได้แก่ นกเงือก นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ นกเงือกทั้ง 4 ชนิด ซึ่งได้แก่ นกกก นกเงือกกรามช้าง นกแก๊ก และนกเงือกสีน้ำตาล ที่พบบนเขาใหญ่นับว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักดูนกเป็นอย่างดี เพราะพบเห็นได้ทั่วไป พวกแมลงที่มีมากกว่า 5,000 ชนิด ที่สวยงามและพบเห็นบ่อยได้แก่ ผีเสื้อ มีรายงานพบกว่า 216 ชนิด (ที่มา : www.moohin.com)

(๔) ทรัพยากรธรณี

    พื้นที่ของจังหวัดนครนายกประกอบด้วยที่ราบลุ่มกับพื้นที่ภูเขา พื้นที่ภูเขาประกอบด้วยหินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวหินภูเขาไฟขอบที่ราบสูงโคราช มีอายุการเกิดช่วงยุคเพอร์เมียน-ไทรแอสซิก (286-210 ล้านปีก่อน) หินชั้นที่พบเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหินโคราช ได้แก่ หมวดหินภูกระดึงยุคจูแรสซิก (210-140 ล้านปีก่อน) และหมวดหินพระวิหาร ยุคจูแรสซิก-ครีเทเชียส (210-66.4 ล้านปีก่อน)ส่วนที่ราบลุ่มถูกปกคลุมด้วยตะกอนร่วนยุคควอเทอร์นารี (1.6-0.01 ล้านปี) ในการแบ่งชุดหินออกเป็นหน่วยย่อย อาศัยลักษณะทางศิลาวิทยาและการวางตัวของชั้นหินเป็นหลัก

(๕) ความหลากหลายทางชีวภาพ

                       อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีเนื้อที่ 1,353,471.53 ไร่ ประกอบไปด้วย จังหวัดนครนายก สระบุรี ปราจีนบุรี และนครราชสีมา

                       จากระบบนิเวศทางธรรมชาติที่มีหลากหลาย ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่จึงเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์จำนวนมาก ซึ่งหลายชนิดพันธุ์มีภัยคุกคามหรือถูกกดดันจากการพัฒนาของมนุษย์ในรูปแบบต่างๆ จากการสำรวจพบว่าประเทศไทยนั้นพบชนิดพันธุ์พืชทั้งหมด ราว 15,000 ชนิด โดยพบในพื้นที่ดงพญาเย็น-เขาใหญ่จำนวน 2,500 ชนิด ประมาณ 1 ใน 6 ของชนิดพันธุ์ที่ปรากฏในประเทศ โดยมีชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น 16 ชนิด มีสัตว์ป่ามากถึง 805 ชนิด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม 112 ชนิด มีนก 392 ชนิด และมีสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกรวมกัน 209 ชนิด โดยมี 9 ชนิด ที่เป็นชนิดพันธุ์หายาก ได้แก่ ตะพาบหัวกบหรือกราวเขียวหรือกริวดาว จิ้งจกหินเมืองกาญจน์ ตุ๊กแกเขาหินทราย กิ้งก่าภูวัว  จิ้งเหลนด้วงตะวันตก  จิ้งเหลนเรียวโคราช งูกินทากลายขวั้น จระเข้น้ำจืด  และในจำนวนสัตว์ป่าที่พบทั้งหมดมีหลายชนิดที่มีความสำคัญในระดับโลก และมี 3 ชนิดพันธุ์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ ช้างป่า  เสือโคร่ง  และวัวแดง  (ที่มา : สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2549) สำหรับการสำรวจข้อมูลพื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดนครนายกพบว่าแม่น้ำนครนายกซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำบางปะกงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ

 

 

-33-

 

สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม

                   1. ขยะมูลฝอย

                       จังหวัดนครนายก มี 1 เทศบาลเมือง (เทศบาลเมืองนครนายก) ๕ เทศบาลตำบล (เทศบาลตำบลท่าช้าง เทศบาลตำบลบ้านนา เทศบาลตำบลองครักษ์ เทศบาลตำบลเกาะหวาย เทศบาลตำบลพิกุลออก) และ ๓๙ องค์การบริหารส่วนตำบล เก็บรวบรมขยะและนำไปกำจัด 37 แห่ง ยังไม่มีการเก็บรวบรมขยะ จำนวน 8 แห่ง ปริมาณขยะ ที่เก็บรวบรวมได้ 100.5 ตันต่อวัน จากอัตราการเกิดขยะ 161 ตัน/วัน มีขยะตกค้างประมาณ 60.5ตัน/วัน

                                    ที่มา : สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

                       ปัจจุบันหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนและสิ่งปฏิกูล ได้แก่ เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆ ซึ่งสามารถแยกเป็น 2 กลุ่มคือ

                       (1) อปท. ที่มีการจัดการขยะมูลฝอยในปัจจุบันมีจำนวน 15 แห่งโดยการจัดการในปัจจุบันของเทศบาล/อบต.เหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่มีการจัดการอย่างถูกหลักสุขาภิบาล วิธีการกำจัดที่ใช้ได้แก่การเทกองแล้วไถดินกลบ หรือการเทกองแล้วเผา ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

                       (2) อปท. ที่ไม่มีการจัดการขยะมูลฝอยในปัจจุบัน จำนวน 30 แห่ง อบต.เหล่านี้จะทำการกำจัดขยะมูลฝอยเองโดยการฝัง, เผา, เทกองกลางแจ้ง หรือนำไปลักลอบทิ้งที่อื่น ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา

 

ข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอย

ในเขตเทศบาล

(ตัน/วัน)

นอกเขตเทศบาล

(ตัน/วัน)

รวมทั้งหมด

 

 

 

ตัน/วัน

ร้อยละ(%)

ปริมาณขยะมูลฝอยรวม

35.74

98.59

134.33

100

ปริมาณขยะมูลฝอยที่เก็บได้

35.74

24.25

59.99

44.65

ปริมาณขยะมูลฝอยที่ตกค้าง

-

74.34

74.34

55.35

 

ตารางแสดงองค์ประกอบของขยะมูลฝอยที่จัดเก็บ

องค์ประกอบของขยะมูลฝอย

ร้อยละโดยน้ำหนัก

มูลฝอยเปียก (เศษอาหาร,ผัก,ผลไม้)

54.94

กระดาษ

8.82

พลาสติก

18.89

แก้ว

2.55

โลหะ

2.46

อื่นๆ(กิ่งไม้,ยาง,ผ้า)หิน,กระเบื้อง ฯลฯ

12.34

รวมทั้งหมด

100.00

 

 

ตารางแสดงสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในจังหวัดนครนายก

ที่

สถานที่กำจัดขยะ

จำนวนพื้นที่ (ไร่)

ประเภทระบบกำจัดขยะมูลฝอย

ปริมาณขยะสะสม

1

เทศบาลเมืองนครนายก ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก

29 ไร่ 1 งาน 12 ตารางวา

ฝังกลบ ถูกหลักสุขาภิบาล(ปิดแล้ว)

73,800

2

ต.พรหมณี อำเภอเมืองนครนายก

8 ไร่ (ซื้อเพิ่ม20ไร่)

เทกอง ไม่ถูกหลักสุขาภิบาล

30,660

3

ต.ทรายมูล อำเภอองครักษ์

80 ไร่

เทกอง (ยกเลิก)

10,950

4

ต.นาหินลาด อำเภอปากพลี

3 ไร่

เทกอง ฝังกลบ (ปิด)

5,110

ที่มา : สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

-34-

 

 2. การกำจัดขยะติดเชื้อ

                       จังหวัดนครนายกมีโรงพยาบาลของรัฐทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีฯ โรงพยาบาลนครนายก โรงพยาบาลบ้านนา โรงพยาบาลองครักษ์ โรงพยาบาลปากพลี และโรงพยาบาลโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มีจำนวนเตียงรวมทั้งสิ้น 1,110 เตียง จำนวนเตียงที่ให้บริการ 786 เตียง มีสถานีอนามัยทั้งหมด 56 แห่ง ตามมาตรฐานของโรงพยาบาลทั่วไปจะมีปริมาณขยะติดเชื้อ 0.33 กิโลกรัมต่อผู้ป่วย 1 ราย ดังนั้นจังหวัดนครนายกจะมีขยะติดเชื้อประมาณ 260 กิโลกรัมต่อวัน หรือประมาณ 7,800 กิโลกรัมต่อเดือน การจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อ โรงพยาบาลนครนายกมีเตาเผาขยะมูลฝอยติดเชื้อ แต่เนื่องจากการดำเนินการมีค่าใช้จ่ายสูงและมีการร้องเรียนด้านมลพิษจากการเผา  โรงพยาบาลจึงให้บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการและนำไปกำจัดโดยกการเผาที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ซึ่งมีความสะดวกและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการเผาด้วยตนเอง

                        ในส่วนของการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อของสถานีอนามัย กำจัดโดยการเผาในเตาเผาซึ่งยังไม่ถูกหลักวิชาการ ทั้งนี้ยังมีขยะมูลฝอยติดเชื้อที่เกิดจากคลินิกเอกชนจำนวน 53 แห่งที่ยังไม่มีการควบคุมการกำจัดอย่างเคร่งครัด

                    3. การจัดการขยะอันตราย ขยะอุตสาหกรรม และการจัดการสิ่งปฏิกูล

                       จังหวัดนครนายกยังไม่มีการคัดแยกขยะและของเสียอันตราย ขยะอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ในส่วนของสิ่งปฏิกูล เทศบาลเมืองนครนายกมีรถสูบสิ่งปฏิกูล แต่ยังไม่พบว่ามีสถานที่จัดการสิ่งปฏิกูล

                    4. ระบบบำบัดน้ำเสีย                

                               ในปัจจุบัน จังหวัดนครนายกยังไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ดังนั้นน้ำเสียจากบ้านเรือน/ชุมชนจึงถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ รวมทั้งลงสู่แม่น้ำนครนายกโดยตรง คุณภาพน้ำในแม่น้ำนครนายก อย่างไรก็ตามจังหวัดได้มีการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นของระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในแต่ละเทศบาลโดยบริษัทปัญญาคอนซัลแตนท์จำกัด เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ซึ่งหากมีความพร้อมสามารถดำเนินการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย เพื่อบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ 

                    ๕. คุณภาพน้ำ

                       ตั้งแต่บริเวณปากแม่น้ำนครนายก อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ถึง บริเวณคลองท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก ตลอดปี 2557 เป็นแหล่งน้ำผิวดิน ประเภทที่ 3 มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม

6) ด้านความมั่นคง

   – ยาเสพติด

จังหวัดนครนายก มีสถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดอยู่ในระดับไม่รุนแรง ผู้เสพส่วนมากจะเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานและเยาวชน ยาเสพติดที่แพร่ระบาดคือยาบ้า ปี 2558 จับกุมจำนวน 1,898 คดี ของกลางจำนวน 46,185เม็ด รองลงมาได้แก่กัญชาจำนวน ๘๐ คดี ของกลางจำนวน 1,612.44 กรัม และยาไอซ์จำนวน 26 คดี ของกลาง 22.11 กรัม

                   ผู้ค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้ารายใหญ่ไม่มีในพื้นที่ ผู้ค้าส่วนใหญ่พัฒนาตัวเองมาจากผู้เสพที่ผันตัวเองมาเป็นผู้ค้ารายย่อยหรือลักษณะวิ่งของเดินยา  และส่วนหนึ่งจะเป็นผู้ค้าที่ถูกจับและพ้นโทษออกมา ซึ่งยังคงกลับมาค้าเหมือนเดิม ไม่มีแหล่งผลิตและแหล่งพักยาในพื้นที่

                         1. แหล่งที่มาและเส้นทางลำเลียงของยาเสพติด ส่วนใหญ่จะเป็นยาบ้าในกลุ่ม G 23 รองลงมา คือ กลุ่ม G 1 นำเข้ามาจากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาพักยาบริเวณจังหวัดใกล้เคียงและกระจายเข้ามาในจังหวัดในลักษณะรายย่อย และมีบางส่วนนำเข้ามาสู่จังหวัดนครนายกโดยถนนสุวรรณศร ทางหลวงหมายเลข 33 เพื่อนำยาบ้าไปสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจังหวัดนครนายกจะเป็นเส้นทางลำเลียงพื้นที่ตอนในไม่มีแหล่งผลิตและพักยาในพื้นที่ นอกจากนั้นแล้วยังมีการแพร่ระบาด จากจังหวัดใกล้เคียง เช่น จากอำเภอแก่งคอย และอำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

                          2.          ยาเสพติดที่ระบาดมากในพื้นที่จังหวัดนครนายก ยาบ้าเป็นยาเสพติดที่ระบาดมากที่สุด ปี 2558 จับกุมได้ 1,898 คดี คิดเป็นร้อยละ 90.81 รองลงมา ได้แก่ กัญชา ตามลำดับ ราคายาบ้าขายส่งในพื้นที่ ราคาเม็ดละ 140 – 170 บาท สำหรับราคาขายปลีกให้กลุ่มผู้เสพ ราคาเม็ดละ 200 - 300 บาท ไอซ์กรัมละ 3,500 – 4,000 บาท

 

-35-

 

                          3.          พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด ในระดับมาก  ได้แก่ อำเภอเมืองนครนายก อำเภอบ้านนา และอำเภอองครักษ์ ตามลำดับ และระดับเบาบาง ได้แก่ อำเภอปากพลี

ตารางผลการดำเนินการตามเป้าหมาย

การปราบปราม

ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ผลการดำเนินการ

ปี 2553

(คน)

ปี 2554

(คน)

ปี 2555

(คน)

ปี 2556

(คน)

ปี 2557

(คน)

ปี 2558

   (คน)

นักค้ารายสำคัญ

2

2

1

-

2

2

นักค้ารายย่อย

131

333

337

314

373

436

นักค้าตามหมายจับ

-

-

12

12

5

5

มาตรการยึดทรัพย์

-

-

25

10

12

36

ผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด

1,649

1,374

1,577

2,653

2,457

1,652

 

ที่มา : ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 255๘

ตารางข้อมูลสถิติการจับกุมคดียาเสพติด

ปีงบประมาณ

ผลการจับกุมคดียาเสพติดทุกคดี

ผลการจับกุมยาเสพติด

ราย

คน

ยาบ้า (เม็ด)

ไอซ์ (กรัม)

กัญชาแห้ง (กรัม)

พ.ศ.2552

1,297

1,356

28,342

-

-

พ.ศ.2553

1,814

1,874

18,811

24.54

-

พ.ศ.2554

1,661

1,718

34,526

819.48

-

พ.ศ.2555

1,511

1,577

107,896

329.13

-

พ.ศ.2556

3,446

3,496

69,512

551.69

-

พ.ศ.2557

2,825

2,860

221,964.5 เม็ด

13.5 กรัม

2,111.18 กรัม

447.18

พ.ศ. 2558

2,090

2,164

46,185

22.11 กรัม

1,612.44

 

                   ที่มา : ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 255๘

 

ตารางข้อมูลการบำบัดรักษา

ประเภทการบำบัดรักษา

ผลการบำบัดรักษา

 

ปี 2552

จำนวน (ราย)

ปี 2553

จำนวน (ราย)

ปี 2554

จำนวน (ราย)

ปี 2555

จำนวน (ราย)

ปี 2556

จำนวน (ราย)

ปี 2557

จำนวน (ราย)

ปี 2558

จำนวน (ราย)

ระบบสมัครใจ

117

116

294

1,383

577

321

224

บังคับบำบัด

299

291

254

595

1,326

1,259

504

ระบบต้องโทษ

-

-

-

342

135

123

128

รวม

416

407

548

2,320

2,038

1,703

856

                   ที่มา : ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 255๘

 

 

-36-

 

– สถานภาพอาชญากรรม

                       สถานภาพอาชญากรรมของจังหวัดนครนายก ช่วงวันที่ 1–25 ตุลาคม 255๘ เปรียบเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันกับปีที่ผ่านมา (1 – 25 ตุลาคม 255๗) สรุปได้ดังนี้ 

 

ประเภทความผิด

(กลุ่มที่)

1 – 25 ต.ค. 57

1 – 25 ต.ค. 58

เพิ่ม

ลด

จับ %

ผลปฏิบัติการ

เกิด

จับ

เกิด

จับ

1. คดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ

1

1

0

0

- 1

 

บรรลุ

2. คดีชีวิต ร่างกาย และเพศ

10

9

5

5

- 5

100%

บรรลุ

3. คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์

17

10

25

11

+7

60%

บรรลุ

4. คดีที่น่าสนใจ

3

2

3

2

-0

 

 

5. คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย

 

ราย

คน

ราย

คน

 

 

 

238

286

202

239

 

 

                 จากสถิติคดีอาชญากรรม 5 กลุ่ม คดีกลุ่ม 1,๒, 4และ 5 เกิดลดลง คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์และคดียาเสพติดให้โทษเกิดใกล้เคียงกัน

 

– สาธารณภัย

                      สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดนครนายก ด้านเหนือมีพื้นที่ติดกับเทือกเขาใหญ่ ปริมาณน้ำฝนที่ตกบริเวณเทือกเขาจะไหลเทลาดลงพื้นที่ต่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่เขตจังหวัดนครนายกเกือบทุกอำเภอ ความลาดชันเชิงเขาเป็นเหตุให้กระแสน้ำจากเทือกเขาไหลลงสู่ที่ต่ำรวดเร็วและรุนแรง การก่อสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล อาจจะสามารถลดความรุนแรงของอุทกภัยได้ในระดับหนึ่ง ส่วนพื้นที่ด้านทิศใต้ของจังหวัดนครนายก ซึ่งมีแม่น้ำนครนายกไหลติดต่อเชื่อมกับแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำบางปะกงเป็นแม่น้ำที่ไหลลงสู่ทะเล ในภาวะน้ำทะเลขึ้นหรือน้ำทะเลหนุนย่อมส่งผลกระทบ ภาวะน้ำหนุนหรือไหลกลับมาปะทะกับกระแสน้ำจากภูเขาตอนเหนือของจังหวัดก็จะเกิดภาวะน้ำเอ่อท่วมขัง จะเป็นเวลานานเท่าไรขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ฝนตกจากภูเขาและน้ำหนุนจากทะเลเข้าสู่แม่น้ำบางปะกง

 

สถิติสถานการณ์เกิดพายุหมุนเขตร้อน (วาตภัย) ระหว่างปี 2555-2557

ปี พ.ศ.

จำนวนครั้ง

ที่เกิด

พื้นที่เกิดภัย

มูลค่า(บาท)

อำเภอ

ตำบล

หมู่บ้าน

2555

67

4

31

305

701,450

2556

13

3

89

13

ท้องถิ่นช่วยเหลือ

2557

11

2

8

34

ท้องถิ่นช่วยเหลือ

 

 

สถิติสถานการณ์เกิดอุทกภัย ระหว่างปี 2555-2557

ปี พ.ศ.

จำนวนครั้ง

ที่เกิด

พื้นที่เกิดภัย

มูลค่า(บาท)

อำเภอ

ตำบล

หมู่บ้าน

2555

27

4

19

125

-

2556

30

4

23

119

-

2557

ไม่เกิด

-

-

-

-

 

 

 

 

 

 

 

 

-37-
 

สถิติสถานการณ์เกิดอัคคีภัย ระหว่างปี 2555-2557

ปี พ.ศ.

จำนวนครั้ง

ที่เกิด

พื้นที่เกิดภัย

มูลค่า(บาท)

อำเภอ

ตำบล

หมู่บ้าน

2555

14

4

13

15

ท้องถิ่นช่วยเหลือ

2556

3

2

3

3

ท้องถิ่นช่วยเหลือ

2557

1

1

1

1

ท้องถิ่นช่วยเหลือ

 

ที่มา : สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2558

 

2.3 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis)

 1. จุดแข็ง (Strengths)

1.1 แหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญ

          

เฉลี่ยประมาณ 188 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี มีโครงการชลประทานทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งมีระบบชลประทานครอบคลุมพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 540,090 ไร่  นอกจากนี้ยังมีโครงการชลประทานขนาดเล็กซึ่งไม่มีระบบชลประทาน แต่สามารถนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรได้อีก 65 โครงการ พื้นที่ได้รับประโยชน์ 101,450 ไร่  รวมครอบคลุมพื้นที่การเกษตร  641,540 ไร่  คิดเป็นร้อยละ  87  ของพื้นที่ทำการเกษตรซึ่งมีอยู่ประมาณ  736,684 ไร่

                              เป็นแหล่งผลิตอาหาร เช่น ข้าว ปลาน้ำจืด กุ้งทะเล ไข่ไก่ และผลไม้ที่มีชื่อเสียง อาทิ มะยงชิดมะปรางหวาน กระท้อน ส้มโอ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอยู่ที่ตำบลคลองใหญ่ และตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ รวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรในอำเภอปากพลีและอำเภอบ้านนาสามารถจำหน่ายภายในและภายนอกจังหวัดเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร

1.2 แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย

                             มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีศักยภาพสูง เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ น้ำตก ป่าไม้ และแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถาน เช่น โบราณสถานเมืองดงละคร แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่หลากหลาย เช่น วัดพราหมณี อุทยานพระพิฆเนศ พุทธสถานจีเต๊กลิ้ม แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บริเวณเขาทุเรียน ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก แหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้น เช่น เขื่อนขุนด่านปราการชล อ่างเก็บน้ำต่างๆ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมประเพณี เช่น วัฒนธรรมไทยพวน อำเภอ ปากพลี รวมทั้งมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยตลอดปี เช่น กิจกรรมผจญภัยในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และบริเวณท้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นต้น จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนที่จังหวัดนครนายกตลอดทั้งปี โดยเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2 ต่อปี

                             มีที่พักแรม โรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ มากกว่า 100 แห่ง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 800,000 คนต่อปี รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่จัดประชุม สัมมนาที่เป็นที่นิยมสามารถรองรับผู้เข้าประชุมสัมมนารวมกันครั้งหนึ่งได้มากกว่า 5,000 คน

1.3 แหล่งรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เขียวขจี ไม่มีมลพิษทางอากาศ  ไม่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติและอาชญากรรมที่รุนแรง นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร ประมาณ 105 กิโลเมตร จึงเหมาะแก่การรองรับการขยายตัวของเมืองหลวงและปริมณฑลมายังจังหวัดนครนายก

มีระบบบริการสุขภาพแบบองค์รวมที่ดูแลประชาชนทั้ง 4 มิติ ประกอบด้วย ด้านร่างกายด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ/ความเชื่อ โดยให้การดูแลทั้งการรักษาพยาบาล การควบคุมป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การฟื้นฟูสภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข ทั้งในสถานบริการและในพื้นที่ระดับตำบล (ทั้งเชิงรับและเชิงรุก) ครอบคลุมทุกอำเภอ และมีระบบส่งต่อผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ

 

-38-

 

1.4 แหล่งการศึกษาเรียนรู้

มีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาทั้งของภาครัฐ และเอกชนหลายแห่งตั้งอยู่ในจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒองครักษ์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า วิทยาลัยนานาชาติเซ็นเทเรซ่า นอกจากนี้ยังมีแหล่งเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริหลายแห่ง เช่น ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ  ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านทุ่งกระโปรง ศูนย์การเรียนรู้เกษตรสมดุลสวนธงไชย-ไร่ทักสม ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านดงแขวน และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย ทำให้สามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาจังหวัดได้อย่างเหมาะสม

1.5 จังหวัดนครนายก : จังหวัดอัจฉริยะต้นแบบ (Smart  Nakhon  Nayok  Province)

เป็นจังหวัดที่รัฐบาลกำหนดเป็นจังหวัดนำร่องจัดทำจังหวัดอัจฉริยะต้นแบบและได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บริษัท กสท. โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และจังหวัดนครนายกเพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะร่วมกันจัดทำจังหวัดอัจฉริยะ (Smart Province) ต้นแบบให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม 

2. จุดอ่อน (Weaknesses)

2.1 ทรัพยากรดินและพื้นที่ปลูกข้าว

          ,,326,250 ,684

เพาะปลูก ไม่เหมาะแก่การปลูกข้าวพันธุ์ดี เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำจำเป็นจะต้องปลูกข้าวน้ำลึกหรือข้าวขึ้นน้ำ จึงทำให้เกษตรกรไม่สามารถเปลี่ยนจากข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เกษตรกรปลูกอยู่เป็นข้าวพันธุ์ดีได้ ทำให้ผลผลิตที่ได้เป็นข้าวคุณภาพต่ำราคาไม่สูง

2.2 ขาดระบบส่งน้ำในไร่นาที่ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูก

ประชากรของจังหวัดนครนายกส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 43 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แม้ว่าจะมีระบบชลประทานครอบคลุมพื้นที่การเกษตรประมาณ 540,090 ไร่ และมีโครงการชลประทานขนาดเล็กที่ไม่มีระบบชลประทานแต่กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ได้รับประโยชน์อีก101,450  ไร่  รวม  641,540  ไร่  หรือร้อยละ  87  ของพื้นที่ทำการเกษตร  แต่ยังขาดระบบส่งน้ำในไร่นาที่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร  เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ต้องเช่าพื้นที่จากเจ้าของที่ดิน จึงเป็นผลให้ไม่สามารถพัฒนาระบบส่งน้ำในระดับไร่นาที่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรได้  เพราะเจ้าของที่ดินไม่ยินยอมให้ใช้พื้นที่ในการจัดทำระบบส่งน้ำในไร่นา

2.3 ระบบบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวยังขาดประสิทธิภาพ

แม้ว่าจังหวัดนครนายกจะมีศักยภาพสูงด้านแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย แต่ในแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว ยังขาดระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกไม่เพียงพอ ยังขาดการดูแลรักษาและฟื้นฟู

โบราณสถานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสื่อมโทรมไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ธุรกิจบริการของภาคเอกชนยังไม่สามารถยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล รวมทั้งขาดระบบขนส่ง

2.4 ระบบจัดการสิ่งแวดล้อม

ชุมชนท้องถิ่นยังมีการระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียรวม ทำให้ค่า BOD ในแหล่งน้ำธรรมชาติเกินกว่ามาตรฐานกำหนด นอกจากนี้ระบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลยังไม่ถูกหลักสุขาภิบาล และยังไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัดจึงส่งผลให้มีขยะตกค้าง

2.5 การพัฒนาแบบบูรณาการร่วมกันของภาครัฐและภาคเอกชน

หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน ยังขาดการพัฒนาแบบบูรณาการร่วมกัน จึงทำให้ไม่เป็นในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งท้องถิ่น ยังไม่มีการกำหนดข้อบังคับที่เอื้อต่อการพัฒนา ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว และผลกระทบจากการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ชุมชน ท้องถิ่น และองค์กรภาคเอกชน ยังให้ความสำคัญน้อยกับการรวมตัวและมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ

-39-

 

3. โอกาส (Opportunities)

3.1 การท่องเที่ยว

ปัจจุบันกระแสความนิยมของประชากรโลกให้ความสนใจและให้ความสำคัญในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเพิ่มมากขึ้น จังหวัดนครนายกจึงมีโอกาสในการส่งเสริม และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น เพื่อให้เป็นที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุหรือกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

3.2 การพัฒนาเมืองใหม่ที่จังหวัดนครนายก

รัฐบาลได้เคยมีนโยบายที่จะสร้างเมืองใหม่ที่อำเภอบ้านนา ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2548 จังหวัดจึงได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองใหม่ที่อำเภอบ้านนา และเมืองบริวารของเมืองใหม่ในพื้นที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา  หากรัฐบาลได้มีการนำผลการศึกษาไปใช้เพื่อการพัฒนา ซึ่งนอกจากจะมีโอกาสที่เมืองใหม่ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครนายกแล้วยังจะทำให้มีการก่อสร้างทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี ซึ่งเป็นทางยกระดับ และรถไฟทางคู่ขนาดทางมาตรฐานความเร็วปานกลางถึงความเร็วสูงผ่านจังหวัดนครนายก (สายแก่งคอย-ฉะเชิงเทรา-มาบตาพุด) เพื่อใช้โดยสารและขนส่งสินค้าเชื่อมโยงภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นไปตามผลของการศึกษา และจะทำให้มีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเพิ่มขึ้นด้วย

3.3 พื้นที่จังหวัดตั้งอยู่ใกล้แหล่งการขนส่งสำคัญของประเทศ

จังหวัดตั้งอยู่ใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง และท่าเทียบเรือคลองเตย ซึ่งเป็นแหล่งการขนส่งทั้งในด้านการขนส่งสินค้าภายในประเทศและการส่งออกต่างประเทศ  ซึ่งการขนส่งสินค้าจากจังหวัดนครนายกไม่ไกลจากแหล่งการขนส่งดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการมีต้นทุนทางการขนส่งต่ำ

3.4 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  (AEC)

ในปี  พ.ศ. 2558  ประเทศสมาชิกอาเซียนได้กำหนดและวางแผนเพื่อพัฒนาและยกระดับความร่วมมือระหว่างกันไปสู่ทิศทางที่ก้าวหน้าอีกระดับหนึ่งด้วยการจัดตั้งประชาคมอาเซียน  (AC)  ขึ้นเพื่อสนับสนุนการรวมตัวและความร่วมมือระหว่างกันอย่างรอบด้าน  ประกอบด้วย  3  เสาหลัก  ได้แก่  ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน  (APSC)  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  (AEC)  และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  (ASCC)  โดยแนวโน้มการพัฒนาสำคัญอันจะเกิดจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ได้แก่  การจัดระบบและการเพิ่มขึ้นของการค้า  การลงทุนและการบริการระหว่างประเทศ  การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของเมือง  และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร  เป็นต้น  จึงเป็นโอกาสของจังหวัดนครนายกที่จะพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสนับสนุนระบบการบริหารจัดการภาครัฐในฐานะจังหวัดนำร่อง “จังหวัดอัจฉริยะต้นแบบ”  เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 

4. อุปสรรค  (Threats)

4.1 การแข่งขันและข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยว

จังหวัดต่างๆ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศสูง จึงมีแนวโน้มที่จะต้องมี

การแข่งขันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเที่ยวในจังหวัดของตน ดังนั้น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในจังหวัดนครนายก หากไม่ได้รับการพัฒนาและบริหารจัดการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้ไม่สามารถชิงความได้เปรียบเหนือจังหวัดอื่น

แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในเขตพื้นที่รอยต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และป่าสงวนแห่งชาติ ยังมีข้อจำกัดด้านระเบียบข้อกฎหมาย ทำให้เป็นข้อจำกัดในการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งระบบ

ปัจจุบันการคมนาคมบนเส้นทางหลวงหมายเลข 305 (รังสิต-นครนายก) มีความแออัดหนาแน่นของปริมาณรถยนต์ จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดนครนายกไม่ได้รับความสะดวก หากจังหวัดไม่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดนครนายก  หรือไปท่องเที่ยวที่อื่นแทน

  1.  

4.2 ความไม่เป็นระเบียบของสิ่งปลูกสร้าง

กฎกระทรวงว่าด้วยผังเมืองรวมจังหวัดนครนายกประกาศใช้แล้ว  แต่การควบคุมการปลูกสร้างอาคารและสถานประกอบการยังไม่มีประสิทธิภาพ สิ่งปลูกสร้างในชุมชนต่างๆ ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม

4.3 การออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินล่าช้า

การบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามที่ดินไว้ใช้ในราชการทหาร พ.ศ. 2484 ในเขตอำเภอ บ้านนา และอำเภอเมืองนครนายกบางส่วนเนื้อที่ประมาณ 48,150 ไร่ ส่งผลให้การออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน  ในบริเวณดังกล่าวแก่ผู้ครอบครองเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินก่อนจึงจะออกเอกสารสิทธิ์ได้                จึงมีผลกระทบต่อการพัฒนาที่ดินได้อย่างรวดเร็ว  รวมถึงการลงทุนต่างๆ ในจังหวัดนครนายก

 

3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครนายก   

จังหวัดนครนายกได้นำทิศทางการพัฒนาประเทศ  แผนบริหารราชการแผ่นดิน  นโยบายรัฐบาล  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12  ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค  แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด  ข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญของจังหวัดและนำข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ วิเคราะห์และสรุปสภาวะแวดล้อมของจังหวัด  จึงมีการกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดนครนายก  เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ  รวมทั้งศักยภาพของจังหวัดนครนายก  ดังนี้

          1. วิสัยทัศน์

       “เมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ยั่งยืน บริการทางการแพทย์และสุขภาพครบวงจร บ้านแห่งความสุขใกล้กรุง  สังคมและประชาชนผาสุก” 

          2. พันธกิจ

                   เพื่อให้การพัฒนาจังหวัดนครนายกมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์  จึงได้กำหนดพันธกิจการพัฒนาจังหวัดนครนายก  ดังนี้

                   2.1 ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม

                    2.2 ส่งเสริมกิจกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ 

2.3 พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและน่าอยู่ให้แก่สังคม

                    2.4 ส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพมีรายได้ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

          3. เป้าประสงค์รวม

                        การพัฒนาจังหวัดนครนายกในระยะเวลา 4 ปี  (พ.ศ. 2557 – 2560) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560  กำหนดเป้าประสงค์รวมของการพัฒนาที่จังหวัดนครนายกต้องการให้บรรลุมีดังนี้

                   3.1 เศรษฐกิจเจริญเติบโตแบบก้าวหน้าและมั่นคง

                   3.2 สังคมมีความเป็นอยู่ที่ดีและเอื้ออาทรต่อกัน

                   3.3 ประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต 

                   3.4 มีศักยภาพการแข่งขันในประชาคมอาเซียน

          4. ตัวชี้วัดและเป้าหมายการพัฒนา

ที่

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

 1

ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของรายได้ด้านการท่องเที่ยว

ร้อยละ  10

 2

ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว

ร้อยละ  10 

 3

ร้อยละของศูนย์สุขภาพที่ได้รับการพัฒนาตามเกณฑ์มาตรฐาน

ร้อยละ  8

4

ร้อยละของจำนวนเกษตรกร/กลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการเตรียมความพร้อมตามระบบมาตรฐาน GAP

ร้อยละ  90 

 

 

-41-

 

ที่

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

5

ร้อยละของผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)

ร้อยละ  90

6

ร้อยละที่ลดลงของโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหาร

ร้อยละ  10 

7

ร้อยละของเส้นทางการคมนาคมที่ได้รับการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน

ร้อยละ  12 

8

ร้อยละที่เพิ่มขึ้นขององค์กรเครือข่ายภาคเอกชน/ชุมชน ที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อม

ร้อยละ  8 

9

ร้อยละที่ลดลงของคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ

ร้อยละ  10 

10

ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติด

ร้อยละ  20 

11

ร้อยละของประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของภาครัฐ

ร้อยละ  80

12

ร้อยละของความพึงพอใจของผู้รับบริการผ่านศูนย์การเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้  และช่องทางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

ร้อยละ  80 

13

ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของดัชนีความผาสุกมวลรวมของประชาชน

ร้อยละ  5 

 

5. ประเด็นยุทธศาสตร์  เป้าประสงค์  ตัวชี้วัด  และกลยุทธ์

                 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1  : พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว  แหล่งท่องเที่ยว  สิ่งอำนวยความสะดวก  สินค้า บริการ  และบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานอย่างบูรณาการ

 

เป้าประสงค์

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมายตัวชี้วัดแต่ละปีงบประมาณ

กลยุทธ์

57

58

59

60

รวม

1. แหล่งท่องเที่ยว สินค้า การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกได้รับการพัฒนาตามเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งวัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟู

2. การจัดการด้านการท่องเที่ยวเป็นแบบบูรณาการ

1. ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของรายได้ด้านการท่องเที่ยว

4

6

8

10

10

1. พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว

สิ่งอำนวยความสะดวก  และผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ

2. บริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน

3. พัฒนาการตลาด และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว

4. ส่งเสริมและสนับสนุนการรักษาและฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น

2.ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว

7

8

9

10

10

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่  2  :  ส่งเสริมการบริการทางการแพทย์ ศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยและสนับสนุนให้เป็นแหล่งอาหารปลอดภัย 

 

เป้าประสงค์

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมายตัวชี้วัดแต่ละปีงบประมาณ

กลยุทธ์

57

58

59

60

รวม

1. ส่งเสริมกิจกรรมทางการแพทย์

2. ทรัพยากรดินและน้ำมีความเหมาะสมแก่การเกษตร

3. เป็นแหล่งเกษตรกรรม ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน

4. เป็นแหล่งอาหารปลอดภัยและศูนย์สุขภาพแบบองค์รวมที่มีศักยภาพในการแข่งขัน

 

1. ร้อยละของศูนย์สุขภาพที่ได้รับการพัฒนาตามเกณฑ์มาตรฐาน

 

2

4

6

8

8

1. พัฒนาระบบบริการสาธารณสุข และศูนย์สุขภาพแบบองค์รวม

2. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรและศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย

3. พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตการเกษตร

4. ส่งเสริมและพัฒนาการตลาด

5. เพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายเกษตรกร

6. พัฒนาสู่ศูนย์อาหารปลอดภัย

 

2. ร้อยละของจำนวนเกษตรกร/กลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการเตรียมความพร้อมตามระบบมาตรฐาน GAP

75

80

85

90

90

 

3. ร้อยละของผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารเกษตรได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)

75

80

85

90

90

 

4. ร้อยละที่ลดลงของโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหาร

7

8

9

10

10

 

 

-42-

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่  3 : อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เมือง และชุมชนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตแก่ประชาชน ให้เป็นบ้านแห่งความสุข 

 

เป้าประสงค์

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมายตัวชี้วัดแต่ละปีงบประมาณ

กลยุทธ์

57

58

59

60

รวม

1. ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

2. มีการวางและจัดทำผังเมือง

การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีระบบ

3. สังคม  ชุมชน และโครงสร้างพื้นฐาน

มีศักยภาพและเอื้อต่อการพัฒนาสู่

เมืองน่าอยู่

4. ประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามเกณฑ์มาตรฐาน

1. ร้อยละของเส้นทางการคมนาคมที่ได้รับการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน

6

8

10

12

12

1. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบ

2. ส่งเสริมและสนับสนุนภาคเอกชนด้าน   

การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

3. ส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ  และการจัดการสิ่งแวดล้อม 

4. เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยด้านเศรษฐกิจ สังคมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสุขภาวะของประชาชน

5. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดทำผังเมือง ผังชุมชนให้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

2. ร้อยละที่เพิ่มขึ้นขององค์กรเครือข่ายภาคเอกชน/ชุมชน ที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อม

2

4

6

8

8

3. ร้อยละที่ลดลงของคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ

4

6

8

10

10

4. ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาการติด

ยาเสพติด

5

10

15

20

20

 

ประเด็นยุทธศาสตร์ที่  4   :  เสริมสร้างศักยภาพชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาและส่งเสริมความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ ให้สังคมมีความสงบสุข

 

เป้าประสงค์

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมายตัวชี้วัดแต่ละปีงบประมาณ

กลยุทธ์

57

58

59

60

รวม

1. ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของภาครัฐ

2. ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งพัฒนาความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพ

3. ประชาชนมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และมีความเข้มแข็ง

4. สร้างความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชน

1. ร้อยละของประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของภาครัฐ

 65

70

75

80

80

1. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดำเนินงานภาครัฐ

2. พัฒนาศูนย์เรียนรู้  แหล่งเรียนรู้  และช่องทางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

3. ส่งเสริมให้คนทุกกลุ่มทุกวัยมีองค์ความรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

4. เพิ่มทักษะของกำลังแรงงาน และฝีมือแรงงานให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

5. ส่งเสริมการรวมกลุ่มของประชาชนเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

2. ร้อยละของความพึงพอใจของผู้รับบริการผ่านศูนย์การเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้  และช่องทางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

65

70

75

80

80

3.ร้อยละที่เพิ่มขึ้นของดัชนีความผาสุกมวลรวมของประชาชน

2

3

4

5

5

 

4. การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดนครนายก (แบบ จ.1)

 

 

 

 

 

 


นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก

 

 








วันนี้ 546 คน
เมื่อวานนี้ 716 คน
เดือนนี้ 14,820 คน
ปีนี้ 71,169 คน
ทั้งหมด 339,386 คน

ท่านมีความพึงพอใจใน Website ของจังหวัดนครนายกเพียงใด?
มากที่สุด
 
มาก
 
ปานกลาง
 
น้อย
 
ควรปรับปรุง