ประวัติ พระครูศาลธรรมยุต(เกิด ปุณณปัญโญ)
อริยะสงฆ์แห่งอำเภอบ้านนา
จังหวัดนครนายก

                  อำเภอบ้านนา ในอดีตเมื่อ 60ปีก่อนถือได้ว่าเป็นดินแดนห่างไกลผู้คน
การเดินทางไปจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความยากลำบากต้องใช้เรือ
เป็นพาหนะพึ่งพาพระสงฆ์ที่ตนนับถือเยียวยารักษาตามมีตามเกิด ซึ่งในยุคนั้น
พระล่องไปตามคลองบ้านนา ลัดเลาะไปตามธารแม่น้ำนครนายกสองฟากฝั่ง
เป็นป่ารกชัฎ ชาวบ้านยังชีพด้วยการทำนา หาของป่า หากเจ็บป่วยก็ต้องเกจิอาจารย์
ที่เป็นที่ศรัทธาของผู้คนในอำเภอบ้านนาและอำเภอใกล้เคียงมีด้วยกันหลายรูป
ได้แก่ พระครูพิศาลธรรมยุต(เกิด)วัดสะพาน,พระครูศรัทธาภินันท์(เผื่อน)วัด
เลขธรรมกิตต์,พระครูวุฒิกรอุดมเขตต์(แก้ว)วัดทองย้อย,พระครูประภัสสร
ธรรมจริยา(ฟุ้ง)วัดบ้านพริก,หลวงพ่อเกตุ วัดพิกุลแก้ว,พระครูสุทธิธรรมธาดา(จันทร์)
วัดอัมพวันในบรรดาพระผู้ทรงคุณวิเศษดังกล่าวที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ พระครู
พิศาลธรรมประยุต หรือหลวงพ่อเกิด วัดสะพาน

       ชาติภูมิ
                   พระครู พิศาลธรรมประยุต เดิมชื่อ เกิด นามสกุล สมพงษ์ เกิดเมื่อ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2414 ณ บ้านใกล้วัดสะพาน ตำบลอาษา อ.บ้านนา เป็นบุตร
นายฉุย นางพุ่ม สมพงษ์ เมื่อเยาว์ได้เรียนหนังสือที่วัดสะพาน จนเมื่ออายุ 21 ปี
ได้เข้าเป็นทหารรักษาวังอยู่ในพระนคร ประมาณ 1 เดือน จึงได้เดินทางกลับ
ภูมิลำเนาประกอบอาชีพทำนา ช่วยเหลือบิดา มารดา ตามธรรมเนียมชายไทย
ในยุคนั้น ท่านมีอุปนิสัยเมตตาโอบอ้อมอารีเป็นผู้ไฝ่ในธรรม มีศรัทธาอย่างแรงกล้า
ที่จะบวชในบวรพระพุทธศานนามาแต่เดิม

       อุปสมบท
                   เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2434 อายุได้ 21 ปีได้บวชเป็นพระภิกษุ
ณ พัทธสีมา วัดสะพาน ตำบลอาษา อำเภอบ้านนา โดยมีหลวงพ่อวัตร์ วัดพิกุลแก้ว
เป็นพระอุปปัชฌา หลวงพ่อดี วัดกุฎีเตี้ย เป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระอาจารย์
เพ็ง วัดพระโตเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้นารมฉายา "ปุณณปัญโญ"ศึกษาเล่าเรียน
อักขระขอมโบราณ ท่องบ่นสวดมนต์ภาวนา ฝึกฝนเจริญวิปัสนาและธุดงควัตร
จากพระอุปัชฌาย์และพระอาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษมีชื่อเสียงในยุคนั้น

      การบริหารและการปกครอง
               พรรษาที่ 8 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสะพาน
                    พรรษาที่27 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลอาษา
                    พรรษาที่ 29 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
                    วันที่ 5 ธันวาคม 2494 อายุได้ 80 ปี พรรษาที่ 59
ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์นามพระครูพิศาลธรรมประยุตและดำรงสมณศักดิ์
จนมรณภาพ

       อุปนิสัย
                    หลวงพ่อเป็นพระผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี มีเมตตา ต่อบุคคลทั่วไป
แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว อุตสาหะวิริยะ ให้ความอนุเคราะห์แก่ญาติโยมเสมอกัน
ดำรงตนอย่างสมณรูปไม่ยินดียินร้ายในลาภยศ ไม่สนทรัพย์สิ่งของ เคร่งครัด
ในธรรมวินัยและศิลาจารย์วัตรงดงาม ปฏิบัติสมณกิจไม่ด่างพร้อย สงเคราะผู้อื่น
เป็นนิจ ไม่คุย ไม่โอ้อวดในคุณวิเศษของตน เป็นที่เคารพนับถือแก่ชาวบ้าน
ทั้งใกล้ใกล คุณูประการในบวรพุทธศาสนา

           การสร้างวัตถุมงคล
                      สร้างวัตถุมงคล
เช่นเหรียญรูปไข่ "พิมพ์หน้าแก่"
และหน้าหนุ่ม" เพื่อหาทุนสร้างโรงเรียนวัดสะพาน เมื่อปี พ.ศ.2479
โดยทำพิธีปลุกเสกเพียงองค์เดียว ในวันเสาร์ห้าและในห้วงสงครามอินโดจีน
มีการสร้างกันมาอีกหลายรุ่น ทั้งภาพถ่าย,แหวน,ตระกรุด ผ้ายันต์ ต่างมี
ประสบการณ์ในด้านแค้วคลาดคุ้มครองพยันตราย เมตตามหานิยม
ความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักและเชื่อถือ แสวงหาของชาวบ้าน
ตลอดจนบุคคลทั่วไป เหรียญรูปเหมือนของท่านทุกพิมพ์ จัดว่าเป็นเหรียญ
เกจิอาจารย์อันดับหนึ่งตลอดการของจังหวัดนครนายก หาได้ยากยิ่ง
มีของปลอมทำเลียนแบบมากมาย นอกจากนี้ยังเมตตาปลุกเสกวัตถุมงคล
ให้กับวัดอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงก็คือ ปลุกเสกรูปหล่อโบราณของหลวงพ่อยอด
วัดหนองปลาหมอ ซึ่งมีค่านิยมและเสาะแสวงหาของชาวจังหวัดนครนายก
สระบุรี และบุคคลทั่วไปเช่นเดียวกัน จากการที่หลวงพ่อเกิด เป็นอุปัชฌาย์
ตลอดระยะ 35 ปี จึงมีผู้เคารพเลื่อมใสฝากกุลบุตรอุปสมบทจากท่าน
ประมาณ 4,000 คน ศิษยานุศิษสืบทอดวัตรปฏิบัติจนมีชื่อเสียงต่อมาได้แก่
พระครูอภิรัตน์วรคุณ (ยอด)วัดพิกุลแก้ว,พระครูภัทรกิจโกศล(ภู) วัดช้าง,
พระครูสุนทรศิลาพิวัฒน์(ชม)วัดท่าทราย อดีตเจ้าคณะอำเภอปัจจุบันที่
ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบ้านนา

          มรณภาพ
                         หลวงพ่อเกิด วัดสะพาน มรณะภาพเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม
2499 ศิริอายุได้ 85 ปี 64 พรรษา หลังจากที่หลวงพ่อมรณภาพแล้วในปี
พ.ศ.2506 ลูกศิษย์และชาวบ้านที่เคารพนับถือได้หล่อรูปเหมือนเพื่อ
สักการะและระลึกถึงขอพร ประดิษฐานไว้ที่มณฑป วัดสะพาน ปรากฏ
ความศักดิ์สิทธิ์มาถึงทุกวันนี้


จัดพิมพ์เผยแพร่โดย : กลุ่มส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครนายก 037-313673